posttoday
ถือเงินสดรอซื้อหุ้น

ถือเงินสดรอซื้อหุ้น

13 ตุลาคม 2559

เตือนนักลงทุนตั้งสถิติรับหุ้นผันผวนหนักฉวยจังหวะเก็บหุ้นดีเข้าพอร์ตกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์พุ่งสวนดัชนี อานิสงส์บาทอ่อน

เตือนนักลงทุนตั้งสถิติรับหุ้นผันผวนหนักฉวยจังหวะเก็บหุ้นดีเข้าพอร์ตกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์พุ่งสวนดัชนี อานิสงส์บาทอ่อน

ดัชนีหุ้นไทยดิ่งหนักจากภาวะตื่นตระหนกส่งผลให้ดัชนีลงไปแตะแนวรับสำคัญที่ 1,350 จุดหรือลดลงไป 99 จุดก่อนจะเด้งขึ้นมาปิดตลาดที่ 1,406.18 จุดมูลค่าซื้อขายกว่า 130,152.9 ล้านบาท พอร์ต บล.ขายหนัก 3,023.47 ล้านบาท สถาบันขาย 1,221.54 ล้านบาท ต่างชาติขาย 411 ล้านบาท และรายย่อยซื้อ 4,656.38 ล้านบาท ทำสถิติสูงสุดในรอบ 41 ปี นับตั้งแต่ตั้งตลาดเมื่อปี 2518 ขณะที่ค่าเงินบาทก็อ่อนค่าลงไปต่ำสุดที่ 35.9 บาท/เหรียญสหรัฐ ก่อนจะเด้งมาปิดที่ 35.7 บาท/เหรียญสหรัฐ

นายพิชัย เลิศสุพงศ์กิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ธนชาต เปิดเผยว่า ดัชนีผันผวนรุนแรงมากและลดลงต่อเนื่องมาติดต่อกันกว่า 3 วันแล้ว ซึ่งเมื่อคิดจากดัชนีปิด ดัชนีลงรวมๆ กว่า 100 จุด จึงอยากให้นักลงทุนตั้งสติให้มากในระหว่างชั่วโมงซื้อขายหุ้น เพราะการที่ราคาหุ้นลดลงเป็นโอกาสในการเลือกหุ้นดีๆ เข้าพอร์ตเพราะด้วยพื้นฐานของบริษัทหรือกระแสเงินสดในบริษัทไม่ได้ลดลง

นอกจากนี้ การที่หุ้นลดลงแรงโดยเฉพาะช่วงบ่ายก็มีการบังคับขายหุ้นที่ลงแรงเกิดขึ้นบ้างแต่ไม่มากรวมถึงมีการขายเพื่อตัดขาดทุนก็เกิดขึ้นเช่นกัน ชัดเจนในหุ้นท่าอากาศยานไทย (AOT) ที่ลงไปต่ำสุดที่ 300 บาท ก่อนจะเด้งขึ้นมาปิดที่ 356 บาทลดลง 25 บาท

หุ้นที่นักลงทุนสามารถลงทุนได้แต่จะเป็นในลักษณะของการทยอยซื้อในหุ้นกลุ่มที่ไม่ได้รับผลกระทบ เช่น กลุ่มโรงพยาบาล กลุ่มสาธารณูปโภค และกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคและพวกค้าปลีกเพราะเชื่อว่าไม่ว่าสถานการณ์เป็นอย่างไรคนก็ยังมีความจำเป็นต้องกินต้องใช้

น.ส.ธีรดา ชาญยิ่งยงค์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าวว่า ดัชนีหุ้นไทยดิ่งหนักโดยเฉพาะช่วงบ่ายที่เริ่มเปิดการซื้อขาย ดัชนีร่วงเกือบ 100 จุด ก่อนจะค่อยๆ ฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว เหลือติดลบ 30 กว่าจุด มองว่าเป็นแรงกดดันเฉพาะตัวภายในประเทศ ที่มีกระแสข่าวลือมากมาย โดยที่ยังไร้ความชัดเจนในข่าวลือเหล่านั้น

สำหรับวันนี้หุ้นไทยยังคงผันผวนสูง ตลาดเปราะบางด้วยปัจจัยกดดันเฉพาะตัวภายในประเทศกลบประเด็นอื่นหมด ไม่ว่าจะเป็นผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนไทยในไตรมาส 3 และปัจจัยต่างประเทศกรณีแนวโน้มเฟดขึ้นดอกเบี้ยแนะให้ชะลอลงทุน และกลับมาพิจารณาเก็งกำไรอีกครั้งเมื่อดัชนีเริ่มนิ่งมองแนวรับ 1,400-1,380 และ 1,350 จุดตามลำดับ โดยจำกัดพอร์ต 20-30% ที่เหลือถือเงินสด ส่วนการซื้อเพื่อลงทุนมองดัชนีที่ 1,330 จุด ซึ่งเป็นระดับที่ค่า ค่าพี/อี ปีนี้ 14 เท่า

นายบรรณรงค์ พิชญากร กรรมการผู้จัดการ กิจการค้าหลักทรัพย์ บล.บัวหลวง กล่าวว่า โปรแกรมซื้อขายหุ้นที่ให้บริการแบบ แบบ "Robot Trading" ของบริษัทที่ให้กับลูกค้านักลงทุนรายย่อย ยืนยันว่าไม่ได้มีผลกระทบที่ทำให้ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลดลงแรงตั้งแต่ต้นสัปดาห์ถึงวันที่ 12 ต.ค. 2559 เพราะยังมีสัดส่วนการใช้ซื้อขายในภาพรวมของทั้งตลาดที่ต่ำมาก อีกทั้งผู้ให้บริการได้พยายามใช้งานโดยให้ลดผลกระทบต่อภาพรวมของตลาดด้วย

"การตั้งโปรแกรมใช้งานของลูกค้ารายย่อยแต่ละรายขึ้นอยู่กับบุคคลนั้นเพราะมีต้นทุนต่างกัน มีจุดตัดขายขาดทุนที่ต่างกัน ดังนั้นการคำสั่งการซื้อขายของโปรแกรมไม่ได้เกิดพร้อมกันซึ่งคนมักเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าถ้าหุ้นลงแรงเกิดจากโปรแกรมเทรด"

อย่างไรก็ดี หุ้นในกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์มีแรงซื้อสวนเข้ามาทั้งในหุ้นบริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส (HANA) ที่ขึ้นมาปิดที่ 32 บาท เพิ่มขึ้น 1.25 บาท บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) (DELTA) ปิด 80.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท ได้รับอานิสงส์จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าและกิจการเติบโตดี

นายอนุสรณ์ มุทราอิศ กรรมการ DELTA กล่าวว่า เงินบาทที่อ่อนค่าจะเป็นผลบวกต่อผลดำเนินงานของบริษัทเมื่อแปลงรายได้จากเงินเหรียญสหรัฐมาเป็นบาท แต่ส่วนใหญ่บริษัทจะทำการป้องกันความเสี่ยงโดยธรรมชาติอยู่แล้ว ปีนี้ธุรกิจเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล