
ซินเท็คเฮ!ต้นทุนเงินถูก
ทริส เรทติ้ง ปรับเพิ่มอันดับเครดิตองค์กรของ SYNTEC เป็น BBB เปลี่ยนมุมมองเชิงบวก บริษัท ทริสเรต บริษัท ซินเท็ค คอนสตรัคชั่น (SYNTEC) เป็นระดับ "BBB" จาก "BBB-" พร้อมทั้งเปลี่ยนแนวโน้มอันดับเครดิตของบริษัทเป็น "Stable" หรือ "คงที่" จากเดิม "Positive" หรือ "บวก" โดยการปรับเพิ่มอันดับเครดิตสะท้อนผลการดำเนินงานของบริษัท ซึ่งมีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องจากแรงหนุนของสถานะทางการตลาดที่แข็งแกร่งของบริษัทในงานก่อสร้างอาคารสูง การพิจารณาอันดับเครดิตดังกล่าวยังคำนึงถึงมูลค่างานในมือที่อยู่ในระดับค่อนข้างสูงและสภาพคล่องที่เพียงพอของบริษัทด้วย ทั้งนี้ อันดับเครดิตถูกลดทอนลงจากลักษณะงานก่อสร้างที่ไม่ค่อยมีความหลากหลายและการมีลูกค้าน้อยราย รวมถึงลักษณะที่ผันผวนของธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง
ทริส เรทติ้ง ปรับเพิ่มอันดับเครดิตองค์กรของ SYNTEC เป็น BBB เปลี่ยนมุมมองเชิงบวก บริษัท ทริสเรต บริษัท ซินเท็ค คอนสตรัคชั่น (SYNTEC) เป็นระดับ "BBB" จาก "BBB-" พร้อมทั้งเปลี่ยนแนวโน้มอันดับเครดิตของบริษัทเป็น "Stable" หรือ "คงที่" จากเดิม "Positive" หรือ "บวก" โดยการปรับเพิ่มอันดับเครดิตสะท้อนผลการดำเนินงานของบริษัท ซึ่งมีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องจากแรงหนุนของสถานะทางการตลาดที่แข็งแกร่งของบริษัทในงานก่อสร้างอาคารสูง การพิจารณาอันดับเครดิตดังกล่าวยังคำนึงถึงมูลค่างานในมือที่อยู่ในระดับค่อนข้างสูงและสภาพคล่องที่เพียงพอของบริษัทด้วย ทั้งนี้ อันดับเครดิตถูกลดทอนลงจากลักษณะงานก่อสร้างที่ไม่ค่อยมีความหลากหลายและการมีลูกค้าน้อยราย รวมถึงลักษณะที่ผันผวนของธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง
อย่างไรก็ตาม การปรับเพิ่มอันดับเครดิตสะท้อนผลการดำเนินงานของบริษัทที่มีพัฒนาการดี ขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยรายได้และกำไรของบริษัทเติบโตอย่างแข็งแกร่งนับตั้งแต่ปี 2556 และทำสถิติสูงสุดใหม่ในปี 2558 แต่การพึ่งพิงโครงการคอนโดมิเนียมของลูกค้าจำนวนไม่กี่ราย โดยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา บริษัทรับรู้รายได้จากโครงการของบริษัท ศุภาลัย ซึ่งเป็นลูกค้ารายสำคัญในสัดส่วนประมาณ 1 ใน 4 ของรายได้ต่อปี ในขณะเดียวกันโครงการที่รับรู้รายได้สูงสุดของบริษัทในแต่ละปี คิดเป็นสัดส่วน 10-15% ของรายได้ การพึ่งพิงลูกค้าจำนวนน้อยรายก็เป็นความเสี่ยง
นอกจากนี้ บริษัทขยายไปสู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ให้เช่าเพื่อมุ่งหวังกระจายแหล่งรายได้ โดยได้ซื้อสิทธิการเช่า Natural Ville Residence ซึ่งเป็นเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ที่ตั้งอยู่บนถนนหลังสวนในกรุงเทพฯ ในช่วงปลายปี 2556 และพัฒนาโครงการเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์อีก 3 แห่งใน จ.ชลบุรี และปราจีนบุรี โดย Citadines Grand Central Sriracha เป็นโครงการแรกได้เปิดตัวไปในช่วงไตรมาสแรกของปี 2558 ส่วนโครงการที่เหลืออยู่ระหว่างรอการพัฒนา บริษัทยังคงขยายธุรกิจดังกล่าวอย่างต่อเนื่องโดยได้ซื้อสินทรัพย์ของ Eight Thonglor Residences ซึ่งเป็นโครงการใช้พื้นที่แบบผสมผสาน (Mixed-Use) การซื้อสินทรัพย์ดังกล่าวดำเนินการแล้วเสร็จในเดือน เม.ย. 2559 และถือเป็นการซื้อสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงสุดของบริษัท จำนวนประมาณ 2,500 ล้านบาท โดยบริษัทใช้ทุนจากเงินกู้ระยะยาว จำนวน 1,550 ล้านบาท และส่วนที่เหลือมาจากส่วนทุน
บริษัทจะมีรายได้เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 7,000-8,000 ล้านบาท ในช่วง 3 ปีข้างหน้า โดยรายได้จากธุรกิจรับเหมาก่อสร้างจะคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 90% ของรายได้รวม ปัจจุบันมีงานที่ยังไม่ได้ส่งมอบ 1.3 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้เครดิตที่ดีขึ้นจะทำให้การระดมเงินจะมีต้นทุนที่ถูกลง







