posttoday
ฟินเทคอาเซียน

ฟินเทคอาเซียน

12 ตุลาคม 2559

โดย...การดี เลียวไพโรจน์

โดย...การดี เลียวไพโรจน์

เทคโนโลยีทางการเงิน หรือฟินเทค (Fintech) เป็นประเด็นหลักในการประชุมภาคธุรกิจในกรอบความร่วมมือเอเชีย (ACD Connect Business Forum 2016) ที่ผ่านมา ไทยเองก็มีความตื่นตัวและได้ใช้ประโยชน์จากฟินเทค มีการประกาศแผนพัฒนาระบบชำระเงินแห่งชาติ และตั้งเป้าให้เป็นสังคมไร้เงินสดในอนาคต

ในกลุ่มประเทศอาเซียน จากประชากรกว่า 600 ล้านคน มีเพียง 27% เท่านั้น ที่มีบัญชีธนาคาร จะเห็นว่าการเข้าถึงระบบธนาคารนั้นยังมีช่องว่างอยู่อีกมาก การเติบโตของฟินเทคในประเทศที่กำลังพัฒนามีโอกาสสูงพอๆ กันกับโอกาสในประเทศที่พัฒนาแล้ว

ยกตัวอย่าง ประเทศกัมพูชา จากสถิติการใช้โทรศัพท์มือถือของชาวกัมพูชามีสูงถึง 94% ซึ่งเป็นตัวช่วยให้ชาวกัมพูชารับและส่งเงินได้จากทั่วทุกมุมโลก ฟินเทคอย่าง WING ผู้ให้บริการรับส่งเงิน ซึ่งก่อตั้งโดยกลุ่มธนาคารในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ปัจจุบันมีผู้ใช้อยู่ราว 1 ล้านคน โดยไม่จำเป็นต้องมีบัญชีธนาคารและกว่าครึ่งของผู้ใช้ไม่มีการลงทะเบียนใดๆ และการใช้ส่วนใหญ่ราว 70% เป็นการโอนเงินภายในประเทศ โดยมีค่าบริการราว 1.5 เหรียญสหรัฐ/ธุรกรรม และ Oojibo ฟินเทคสัญชาติอาเซียน ผู้ให้บริการรับส่งเงินที่กำลังมาแรงในขณะนี้กำลังรุกตลาดกัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม ไทย (CLMVT) สิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย

ประเทศอาเซียนที่มีการพัฒนาด้านฟินเทคและรัฐมีการดำเนินนโยบายอย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่ สิงคโปร์ และมาเลเซีย แต่ประเทศที่นับว่าโตเร็วที่สุดจากการร่วมมือของสตาร์ทอัพ ธนาคาร และภาครัฐก็เห็นจะเป็นประเทศไทย

สิงคโปร์ ตั้งเป้าจะเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีทางการเงินของโลก เทียบชั้นกับกรุงลอนดอน และฮ่องกง รัฐบาลสิงคโปร์สนับสนุนฟินเทคด้วยการลงทุนด้านต่างๆ กว่า 225 ล้านเหรียญสหรัฐ ธนาคารยักษ์ใหญ่อย่าง UOB จับมือกับ InfoComm The FinLab และ OurCrowd จากอิสราเอล จัดโครงการบ่มเพาะและกำลังรับสมัครสตาร์ทอัพฟินเทคทั่วภูมิภาค ด้านมาเลเซียมีการคาดการณ์ว่าจะเติบโตอย่างก้าวประโดด สร้างมูลค่าถึง 1.44 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2020 โดยที่ MayBank ธนาคารที่ใหญ่ที่สุดของมาเลเซียก็ให้ความสนใจและมีบทบาทนำ โดยร่วมมือกับบริษัท 1337 Venture ซึ่งมีโครงการบ่มเพาะที่ใหญ่ที่สุดในมาเลเซียจัด Bootscamp ในสี่เมืองหลักทั่วอาเซียน ในมะนิลา กรุงเทพมหานคร จาการ์ตา และกัวลาลัมเปอร์

จะว่าไปแล้วชุมชนฟินเทคของไทยนั้นนับว่าคึกคักมาก ไทยมีการจัดตั้งชมรมฟินเทคแห่งประเทศไทย หรือ Thai Fintech Club และร่วมผลักดันด้านกฎระเบียบ รวมถึง National Fintech Sandbox และแผนพัฒนาอุตสาหกรรมฟินเทค แม้ว่าจะก่อตั้งได้ไม่นาน ชมรมฟินเทคแห่งประเทศไทยก็ได้ริเริ่มโครงการ ASEAN Fintech Collaboration Program เพื่อเดินสายสร้างความร่วมมือและสร้างเครือข่ายกับชุมชนฟินเทคสตาร์ทอัพ ธนาคาร และภาครัฐในอาเซียน โดยเริ่มจากประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ก่อน และมีแผนต่อยอดไปอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ รวมถึงฮ่องกง และสหราชอาณาจักร

ประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ที่ความพร้อมด้านฟินเทคมาก่อนเห็นตรงกันว่า แม้ว่าไทยจะเริ่มต้นช้าไปบ้าง แต่นับว่ามีการเติบโตรวดเร็วอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะเวลา 2 เดือนที่ผ่านมา

กลายเป็นโมเดลการพัฒนาที่ทั้งสิงคโปร์และมาเลเซียจับตามอง

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ