
พัฒนาอุตฯอาหาร4.0
สวทช.ลุยอุตสาหกรรมอาหารไทยแลนด์ 4.0 เตรียมความพร้อมผู้ประกอบการหนุนเทคโนโลยี-นวัตกรรมหวังยกระดับครบวงจร
สวทช.ลุยอุตสาหกรรมอาหารไทยแลนด์ 4.0 เตรียมความพร้อมผู้ประกอบการหนุนเทคโนโลยี-นวัตกรรมหวังยกระดับครบวงจร
น.ส.นันทิยา วิริยบัณฑร ผู้อำนวยการโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ไอแทป) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เปิดเผยว่า การเตรียมความพร้อมให้แก่กลุ่มผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารเข้าสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 เป็นสิ่งสำคัญ ต้องอาศัยการสนับสนุนจากภาครัฐหลายส่วน โดย สวทช.ได้ส่งเสริมการพัฒนาด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นการสนับสนุนอุตสาหกรรมด้านอาหารและการเกษตรประมาณ 60% ต่อปีเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มอุตสาหกรรมทั้งหมด
ทั้งนี้ ไอแทปภายใต้ สวทช.ได้สนับสนุนผู้ประกอบการด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม จากที่ผ่านมาได้สนับสนุนผู้ประกอบการกว่า 1,000 รายในปีหน้า วางเป้าหมายช่วยเหลือผู้ประกอบการเพิ่มขึ้น 3,000 ราย โดยเป็นส่วนที่เร่งให้ความช่วยเหลือด่วน 2,000 ราย นอกจากนี้ ยังมีพันธมิตร สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ร่วมผลักดันส่งเสริมเอสเอ็มอี ผ่านโครงการต่างๆ กว่า 4,500 โครงการ ซึ่งอุตสาหกรรมอาหารเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีบทบาทและการเติบโตสูง ที่จะก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 ได้ในอนาคตอันใกล้
นางอนงค์ ไพจิตรประภาภรณ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมของไทยมีหลายยุค ทั้งอยู่ในประเภท อุตสาหกรรม 2.0 อุตสาหกรรม 3.0 หรือ 3.5 แต่ในปีนี้ภาครัฐมีนโยบายขับเคลื่อนสู่อุตสาหกรรมไทยแลนด์ 4.0 ที่เป็นการนำเทคโนโลยีขั้นสูง ประกอบกับนวัตกรรม มาปรับใช้ในอุตสาหกรรม ซึ่งการเลือกพัฒนาต้องเริ่มต้นจากกลุ่มอุตสาหกรรมที่ไทยมีความถนัด และมีศักยภาพ คืออุตสาหกรรมอาหาร และการเกษตร เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารของประเทศให้มีความพร้อมเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรมไทยแลนด์ 4.0 ต่อไป
สำหรับความร่วมมือร่วมกันของภาครัฐในครั้งนี้ เป็นการเตรียมความพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างทันท่วงที ทั้งปัจจัยภายในประเทศ ด้านปัญหาแรงงาน การเปลี่ยนแปลงราคาพลังงาน หรือปัจจัยภายนอก เช่น ความผันผวนทางเศรษฐกิจโลก เป็นต้น ปัจจุบันความต้องการของผู้บริโภคทั่วโลกเปลี่ยนแปลงไป การผลิตสินค้าจำนวนมากแบบที่เคยทำมานานลดลง และแทนที่ด้วยการผลิตสินค้าหลายรูปแบบมากขึ้น แนวทางการปรับตัวเพื่อสร้างความเข้มแข็งจากภายใน ได้แก่ การยกระดับนวัตกรรมทั้งด้านการผลิตและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมทั้งต้องสามารถเชื่อมโยงสู่ภายนอกทั้งกับตลาดในประเทศและต่างประเทศด้วย







