
ดอกเบี้ยต่ำรัฐเร่งรีไฟแนนซ์
คลังจับจังหวะดอกเบี้ยต่ำ ปรับโครงสร้างหนี้ประเทศ สบน.เผยปีนี้เตรียมรีไฟแนนซ์ 5.17 แสนล้าน
คลังจับจังหวะดอกเบี้ยต่ำ ปรับโครงสร้างหนี้ประเทศ สบน.เผยปีนี้เตรียมรีไฟแนนซ์ 5.17 แสนล้าน
นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยภายหลังการเข้าร่วมการประชุมสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ประจำปี 2559 ว่าประเทศไทยได้ใช้ช่วงที่อัตราดอกเบี้ยต่ำปรับโครงสร้างหนี้ของประเทศ เพื่อรองรับกรณีธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะมีการปรับดอกเบี้ยขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ไทยได้เรียนรู้จากประสบการณ์ช่วงวิกฤตเศรษฐกิจการเงินเอเชีย เมื่อปี 2540 ส่งผลให้มีการปฏิรูปการกำกับดูแลระบบการเงินพัฒนาตลาดตราสารหนี้และตลาดตราสารทุน มีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศเพียงพอ รวมทั้งมีวินัยในการกู้ยืม ทำให้เศรษฐกิจของไทยมีเสถียรภาพสูงสามารถรองรับความผันผวนจากภายนอกที่เกิดขึ้นได้
ทั้งนี้ รัฐบาลได้ดำเนินนโยบาย เพื่อเพิ่มศักยภาพในการเติบโตของเศรษฐกิจไทย ทั้งการจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตของไทย (ไทยแลนด์ ฟิวเจอร์ ฟันด์) การส่งเสริมสินเชื่อสำหรับชาวนาและผู้มีรายได้น้อย และการผลักดันโครงการเนชั่นแนล อี-เพย์เมนต์ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการทางการเงินได้ทั่วถึงและมีต้นทุนที่ถูกลง รวมทั้งช่วยส่งผ่านสวัสดิการจากภาครัฐสู่ประชาชนตรงเป้าหมายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ถือเป็นการช่วยลดปัญหาความยากจนได้เพิ่มขึ้น
นายสุวิชญ โรจนวานิช ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังมีแผนกู้เงินในปีงบประมาณ 2560 วงเงิน 9.57 แสนล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นการกู้เพื่อปรับโครงสร้างหนี้เก่า 5.17 แสนล้านบาท และเป็นการกู้เงินใหม่ 4.4 แสนล้านบาท
ทั้งนี้ คลังจะกู้โดยการออกพันธบัตรรัฐบาล 5.5 แสนล้านบาท พันธบัตรออมทรัพย์จำนวนหนึ่ง และที่เหลือกู้ด้วยการออกตั๋วเงินระยะสั้นและอื่นๆ ขณะที่ไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2560 หรือเดือน ต.ค.- ธ.ค. 2559 คลังจะกู้เงินจำนวน 1.5 แสนล้านบาท
นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวถึงความคืบหน้าไทยแลนด์ ฟิวเจอร์ ฟันด์ ว่าอยู่ระหว่างการหารือหลักเกณฑ์การจัดตั้งกองทุน รวมถึงแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์และแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) กับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายใน 1-2 เดือนนี้ โดยน่าจะเปิดขายหน่วยลงทุนให้แก่นักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์เฟสแรกวงเงิน 5 หมื่นล้านบาท ได้อย่างเร็วที่สุดในเดือน ธ.ค. 2559 หรืออย่างช้าไม่เกินเดือน ม.ค.ปีหน้า







