
บูมเอสเอ็มอีสปริงอัพ
กระทรวงอุตสาหกรรมดำเนินโครงการ เอสเอ็มอี สปริงอัพ (SMEs SPRING UP) รุ่น 1 แล้วเสร็จไปแล้วเมื่อเดือน ก.ค. 2559 ที่ผ่านมา มีผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการกว่า 100 ราย สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 100 ล้านบาท กระทรวงฯจึงเดินหน้าจัดโครงการรุ่น 2 และ 3 ต่อเนื่อง และขยายโครงการไปต่างจังหวัด
กระทรวงอุตสาหกรรมดำเนินโครงการ เอสเอ็มอี สปริงอัพ (SMEs SPRING UP) รุ่น 1 แล้วเสร็จไปแล้วเมื่อเดือน ก.ค. 2559 ที่ผ่านมา มีผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการกว่า 100 ราย สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 100 ล้านบาท กระทรวงฯจึงเดินหน้าจัดโครงการรุ่น 2 และ 3 ต่อเนื่อง และขยายโครงการไปต่างจังหวัด
อรรชกา สีบุญเรือง รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า กระทรวงจะเดินหน้าเปิดอบรมโครงการ เอสเอ็มอี สปริงอัพ รุ่นที่ 2 และรุ่นที่ 3 รุ่นละ 100 คน โดยรุ่น 2 อบรมวันที่ 26 ต.ค.-20 พ.ย.นี้ รุ่น 3 อบรม 26 ต.ค.-26 พ.ย.นี้ พร้อมกันนี้จะจัดเอสเอ็มอีสปริงอัพ สัญจร ในต่างจังหวัด ทั้ง จ.เชียงใหม่ และอุดรธานี ซึ่ง จ.เชียงใหม่ จัดวันที่ 12-13 พ.ย. ที่โรงเรียนดวงตะวัน จ.เชียงใหม่ ส่วน จ.อุดรธานี วันที่ 26-27 พ.ย. โรงแรมประจักษ์ตรา ดีไซน์
ผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมอบรม ติดต่อได้ที่สำนักพัฒนาผู้ประกอบการ กรมส่งเสริมอุตสาห กรรม ถนนพระราม 6 โทรศัพท์ 02-202-4531 และ 02-202-4578 หรือผ่านเว็บไซต์ www.dip.go.th และ www.facebook.com/dip.pr
สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า โครงการเอสเอ็มอี สปริงอัพ รุ่นที่ 1 มีผลตอบรับโครงการดี เป็นหลักสูตรช่วยสร้างเอสเอ็มอีสู่นโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาลให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น ซึ่งในโครงการนอกเหนือจากการให้ความรู้พื้นฐานแก่ผู้ประกอบการ ยังเป็นการสร้างเครือข่ายธุรกิจ เกิดการเกาะกลุ่มทางธุรกิจ ทำให้เอสเอ็มอีเติบโตเข้มแข็ง
สำหรับเอสเอ็มอีที่เข้าร่วมโครงการ เป็นเอสเอ็มอีที่มีนวัตกรรม หรือมีศักยภาพสูง ได้เข้ามาร่วมเรียนรู้ในโครงการเสริมแกร่งการแข่งขันระดับนานาชาติ แลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์ ยกระดับเครือข่าย ซึ่งขณะนี้เอสเอ็มอีอยู่อย่างโดดเดี่ยวทำให้เติบโตได้ยาก ซึ่งโครงการครั้งนี้มีหัวใจสำคัญในการติดอาวุธทางความคิดให้แก่เอสเอ็มอี 3 ประการ คือ 1.มาตรฐาน 2.ผลิตภัณฑ์ 3.นวัตกรรม
สมชาย หาญหิรัญ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า โครงการ เอสเอ็มอี สปริงอัพ กระทรวงได้วางเป้าหมายผลักดันผู้ประกอบการไทยให้มีธุรกิจเติบโต ทั้งในประเทศ พร้อมผลักดันให้ผู้ประกอบการสามารถขยายธุรกิจในต่างประเทศไทย ผ่านเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ และเอกชน
ประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล เปิดเผยว่า SPI (Standard Product Innovation) เป็นหัวใจสำคัญในการเติบโตของบริษัท ซึ่งได้นำมาเป็นส่วนหนึ่งในการอบรมผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการเอสเอ็มอี สปริงอัพ โดยเรื่องมาตรฐานเป็นสิ่งสำคัญทำให้สินค้าเติบโตในเวทีสากลได้ เช่น มาตรฐานไอเอสโอ รวมทั้งมาตรฐานในประเทศ ซึ่งจะช่วยการันตีคุณภาพสินค้า และเพิ่มการแข่งขัน ลดต้นทุนผลิต รวมถึงช่วยเพิ่มการแข่งขันให้แก่เอสเอ็มอีนำนวัตกรรมเข้ามาช่วยลดต้นทุน
“การสร้างนวัตกรรมไม่ได้จำกัดแค่ในผลิตภัณฑ์ แต่รวมถึงการบริหารงานและแผนธุรกิจของเอสเอ็มอี สำหรับตัวอย่างของ ปตท. เป็นบริษัทน้ำมันของคนไทย ทำอย่างไรให้เป็นที่น่าเชื่อถือในเวทีสากล จึงต้องมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพ คิดค้นนวัตกรรมใหม่ที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ รวมทั้งเน้นการพัฒนาภาคบริการ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน” ประเสริฐ กล่าว
วสันต์ อริยพุทธรัตน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท คีนน์ กล่าวว่า ภายหลังที่ได้เข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ สามารถสร้างประสบการณ์ใหม่และให้แง่มุม ที่ไม่เคยได้รับจากการอบรมที่ไหนมาก่อน บริษัทได้รับประโยชน์และความรู้ในด้านต่างๆ อย่างมากมาย







