posttoday
กล่อมจีนลงทุนอีอีซี

กล่อมจีนลงทุนอีอีซี

11 ตุลาคม 2559

ดันไทยศูนย์กลางธุรกิจโลกจัดพื้นที่ 1.5 หมื่นไร่รับลงทุน

ดันไทยศูนย์กลางธุรกิจโลกจัดพื้นที่ 1.5 หมื่นไร่รับลงทุน

“กานต์” แจงลงทุนอีอีซี 1.5 ล้านล้านใน 5 ปี ดันไทยเป็นศูนย์กลางธุรกิจโลก เตรียมพื้นที่ 1.5 หมื่นไร่ รองรับการลงทุน

นายกานต์ ตระกูลฮุน คณะกรรมการบริหารโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก และอดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสซีจี กรุ้ป เปิดเผยในงาน Sino-Thai Business Investment Forum 2016 ถึงการให้ข้อมูลการลงทุนในโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) แก่นักลงทุนจีน 300 คน ว่าโครงการนี้จะมีการลงทุนจากภาครัฐและเอกชนถึงกว่า 1.5 ล้านล้านบาท ในระยะเวลา 5 ปี ขณะนี้คณะทำงานจะเร่งจัดทำแผนยุทธศาสตร์การลงทุนของโครงการย่อยต่างๆ ใน 4 แผนย่อย ได้แก่ แผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน แผนการพัฒนาธุรกิจและอุตสาหกรรม แผนการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว และแผนการพัฒนาเมืองใหม่ ซึ่งจะมีการเสนอให้ ครม.พิจารณาภายในปีนี้เพื่อให้การลงทุนต่างๆ เริ่มดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรมตั้งแต่ปี 2560-2561

ทั้งนี้ แผนเบื้องต้นมีเป้าหมายที่จะให้อีอีซี เป็น Global Business Hub (ศูนย์กลางของธุรกิจระดับโลก) รวมทั้งการเป็นศูนย์กลางทางด้านการเงินหรือ “Financial Hub” ของภูมิภาค โดยจะมีการจัดสรรพื้นที่ประมาณ 1.5 หมื่นไร่ รองรับการจัดตั้งสำนักงานใหญ่การค้าและการลงทุนข้ามชาติเพื่อสนับสนุนให้บริษัทชั้นนำมาตั้งสำนักงานใหญ่ในประเทศไทย โดยใช้ประโยชน์จากสิทธิประโยชน์ทางภาษี รวมทั้งส่งเสริมการจัดตั้งศูนย์กลางข้อมูล (Data Center) R&D Center และการเตรียมความพร้อมเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับประชากรที่จะเพิ่มขึ้นจาก 2 ล้านคนเป็น 13 ล้านคนในอนาคต รวมทั้งการจัดตั้งกองทุนเพื่อพัฒนาชุมชน

“อีอีซีจะเป็นโครงการที่พลิกโฉมประเทศไทยทำให้เศรษฐกิจของไทยครั้งใหญ่ ทำให้ไทยเป็นเพชรน้ำเอกของภูมิภาคอย่างแท้จริง ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจที่มีการเติบโตแบบ New Normal คือ ขยายตัวเฉลี่ยปีละ 3% เป็นเติบโตได้ปีละ 5% โดยจะมีการจ้างงานเพิ่มเติมอีกปีละ 1 แสนคน หลังจากที่โครงการมีการลงทุนแล้วเสร็จ” นายกานต์ กล่าว

นายกานต์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในอีอีซีที่มีความสำคัญ เช่น โครงการลงทุนพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาให้เป็นสนามบินเชิงพาณิชย์ การพัฒนาท่าเรือสัตหีบ (จุกเสม็ด) ให้เป็นท่าเรือเฟอร์รี่ และเรือครุยซ์ การพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังให้สามารถรองรับการขนส่งทางเรือ การพัฒนาท่าเรือมาบตาพุด ซึ่งมีพื้นที่ส่วนขยายเพิ่มเติมได้อีกอย่างน้อย 1,000 ไร่ รองรับการลงทุนของอุตสาหกรรมปิโตรเคมี 

การลงทุนรถไฟความเร็วสูง กทม.-ระยอง ระยะทาง 200 กม. โดยจะเป็นรถไฟความเร็วสูงที่เชื่อมต่อ 3 สนามบินพาณิชย์ สุวรรณภูมิ ดอนเมือง และอู่ตะเภา การลงทุนในโครงการรถไฟทางคู่แหลมฉบัง-ระยอง และจันทบุรี-ระยอง การก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) 3 เส้นทาง เป็นต้น

นางหิรัญญา สุจินัย เลขาธิการ คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า กิจการที่ไทยต้องการให้นักลงทุนจีนเข้ามาลงทุนคือกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย 10 กลุ่ม แบ่งเป็น 5 อุตสาหกรรมที่ไทยมีความเชี่ยวชาญ และ 5 อุตสาหกรรมที่เป็นอนาคตและไทยมีศักยภาพ ซึ่งกฎหมายปัจจุบันบีโอไอมีมาตรการจูงใจทั้งส่วนที่ไม่ใช่ภาษี และการยกเว้นภาษีเงินได้สูงสุด 8 ปี

ข่าวล่าสุด

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า