
บลจ.นครหลวงขายกองทุนกิมจิ-พันธบัตรในปท.
บลจ.นครหลวงไทย เปิดขายกองทุนพันธบัตรรัฐบาลเกาหลีใต้ อายุประมาณ 11 เดือน ผลตอบแทนประมาณ 2.0% ต่อปี กองทุนตราสารหนี้ ลงทุน 6 เดือน ผลตอบแทนประมาณ 1.55% ต่อปี
บลจ.นครหลวงไทย เปิดขายกองทุนพันธบัตรรัฐบาลเกาหลีใต้ อายุประมาณ 11 เดือน ผลตอบแทนประมาณ 2.0% ต่อปี กองทุนตราสารหนี้ ลงทุน 6 เดือน ผลตอบแทนประมาณ 1.55% ต่อปี
นายรุ่งโรจน์ นิลนพคุณ ผู้อำนวยการฝ่าย บริหารกองทุนตราสารหนี้ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) นครหลวงไทย เปิดเผยว่า บริษัทฯ เปิดเสนอขายกองทุนตราสารหนี้ ทั้งในและต่างประเทศ เพิ่มอีก 2 กองทุน ได้แก่ กองทุนเปิดนครหลวงไทย ตราสารหนี้ต่างประเทศ 11 เดือน4/10 (NKT FFI11M4/10) อายุโครงการประมาณ 11 เดือน มูลค่าโครงการ 500 ล้านบาท ด้วยอัตราผลตอบแทนประมาณ 2.0% ต่อปี (หลังหักค่าใช้จ่าย 0.50% ต่อปี) เน้นลงทุนใน Korea Monetary Stabilization Bond (MSB) และ Korea Treasury Bond (KTB) ซึ่งเป็นตราสารหนี้พันธบัตรรัฐบาลและ/หรือสถาบันการเงินประเทศเกาหลีใต้ ที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของผู้ออกตราสารระยะสั้น F-1 จากสถาบัน Fitch Rating ลงทุนในสัดส่วนประมาณ 100% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ถือเป็นกองทุนที่มีระดับความเสี่ยงต่ำ เนื่องจากกองทุนได้มีการทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน
กองทุนเปิดนครหลวงไทย ตราสารหนี้ 6เดือน2/10 (NKT FIXIN6M2/10) อายุโครงการประมาณ 6 เดือน อัตราผลตอบแทนประมาณ 1.55% ต่อปี (หลังหักค่าใช้จ่าย 0.19% ต่อปี) มูลค่าโครงการ 500 ล้านบาท กองทุนมีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐบาล รัฐวิสาหกิจ และ/หรือภาคเอกชนในประเทศหรือต่างประเทศ เช่น ตั๋วเงินคลัง, พันธบัตรรัฐบาล หรือธนาคารแห่งประเทศไทย โดยลงทุนในสัดส่วนประมาณ 100% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ บริษัทจะทำการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติครั้งเดียวเมื่อครบกำหนดอายุกองทุน
สำหรับแนวโน้มการปรับอัตราดอกเบี้ย เมื่อวันที่ 23 ส.ค. 53 คณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ได้เปิดเผยตัวเลข GDP ในไตรมาส 2 ซึ่งขยายตัวเพิ่มขึ้น 0.2% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 หรือ 9.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเห็นถึงความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจไทย แม้ว่าในไตรมาส 2 มีเหตุการณ์ไม่สงบทางการเมืองทำให้นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า GDP ไตรมาสที่ 2 น่าจะหดตัว 1.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 1 แต่เศรษฐกิจไทยยังคงขยายตัวได้ดี
ทางบลจ.นครหลวงไทยคาดว่าในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 25 ส.ค. 53 นี้ จะมีมติการปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยขึ้นอีก 0.25% ไปที่ระดับ 1.75% และคาดการณ์ว่าในสิ้นปีจะไปอยู่ที่ระดับ 2.00% จะเห็นได้ว่าอัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มที่จะขึ้นได้อีกเล็กน้อย หลังการประชุมครั้งนี้ไปจนถึงสิ้นปี ประกอบกับตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐฯ ยังมีแนวโน้มยังไม่ฟื้นตัว จึงคาดการณ์ว่าในปี 54 อัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มที่จะไม่ปรับเพิ่มขึ้นมากนัก ดังนั้นการลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ระยะที่ 6 เดือน – 1 ปี มีแนวโน้มให้อัตราผลตอบแทนที่ดีกว่าการลงทุนในตลาดเงิน (Money Market) เนื่องจากได้รับอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าและไม่เสียโอกาสจากการรออัตราดอกเบี้ยปรับเพิ่มขึ้นมีอย่างจำกัด
ทั้งนี้ กองทุนเปิด NKT FFI11M4/10 และกองทุนเปิด NKT FIXIN6M2/10 บริษัทจะทำการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติครั้งเดียวเมื่อครบกำหนดอายุกองทุน ถือเป็นอีกทางเลือกสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น ที่ให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจกว่าเงินฝากธนาคารพาณิชย์ (หลักหักภาษี) ลงทุนขั้นต่ำเพียง 2,000 บาท โดยมีราคา 10 บาทต่อหน่วยลงทุน บุคคลธรรมดาไม่ต้องเสียภาษีจากผลตอบแทนที่ได้รับ







