
เมืองเศรษฐกิจใหม่
ถือเป็นผลงานชิ้นโบแดงชิ้นใหญ่ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา ที่ได้อนุมัติร่างกฎหมายพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor-EEC) ระเบียงเศรษฐกิจใหม่ที่ประกอบด้วย จ.ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา ซึ่งจะก่อให้เกิดมูลค่าการลงทุนไม่น้อยกว่า 1.5 ล้านล้านบาท ภายในเวลา 5 ปี อีก 5 ปีถัดจากนี้ 3 จังหวัดดังว่าจะพลิกหน้าพลิกตากลายเป็นเมืองเศรษฐกิจใหม่ที่ไฉไลอู้ฟู่ผิดหูผิดตาระดับน้องๆ กรุงเทพฯ
ถือเป็นผลงานชิ้นโบแดงชิ้นใหญ่ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา ที่ได้อนุมัติร่างกฎหมายพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor-EEC) ระเบียงเศรษฐกิจใหม่ที่ประกอบด้วย จ.ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา ซึ่งจะก่อให้เกิดมูลค่าการลงทุนไม่น้อยกว่า 1.5 ล้านล้านบาท ภายในเวลา 5 ปี อีก 5 ปีถัดจากนี้ 3 จังหวัดดังว่าจะพลิกหน้าพลิกตากลายเป็นเมืองเศรษฐกิจใหม่ที่ไฉไลอู้ฟู่ผิดหูผิดตาระดับน้องๆ กรุงเทพฯ
ฉะเชิงเทราจะเป็นเมืองน่าอยู่รองรับการขยายของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ชลบุรีจะเป็นศูนย์กลางการศึกษาและพัฒนาทักษะนานาชาติศรีราชา-แหลมฉบังจะเป็นเมืองอุตสาหกรรมการผลิตสมัยใหม่เชื่อมสู่การผลิตภูมิภาคลุ่มน้ำโขงและอาเซียน ส่วนพัทยา-สัตหีบ-อู่ตะเภา จะเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงธุรกิจครอบครัว สุขภาพและสันทนาการระดับโลก เป็นศูนย์ธุรกิจการบินและโลจิสติกส์แห่งอาเซียน มาบตาพุด-ระยองจะเป็นเมืองอุตสาหกรรมพลังงานเคมี ชีวภาพ วิจัยอาหารและไบโออีโคโนมี
วงเงินลงทุน 1.5 ล้านล้านบาท จะแบ่งเป็นการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย 5 แสนล้านบาท ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เช่น รถไฟความเร็วสูง ท่าเรือ สนามบินอู่ตะเภา 4 แสนล้านบาท ลงทุนสร้างเมืองใหม่โรงพยาบาล โรงเรียนและที่อยู่อาศัย 4 แสนล้านบาท และลงทุนด้านการท่องเที่ยวคุณภาพและเชิงสุขภาพ 2 แสนล้านบาท ทั้งนี้ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมขนาดใหญ่จะครบทุกโหมดรวม 62 โครงการกว่า 3 แสนล้านบาท เริ่มลงมือทำตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นไป
ทางอากาศสนามบินอู่ตะเภาจะกลายเป็นสนามบินเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบแห่งที่ 3 ไม่ต้องรอขยายสนามบินสุวรรณภูมิอีกต่อไป ทางเรือมีท่าเรือพาณิชย์สัตหีบพัฒนาเป็นท่าเรือเฟอร์รี่ ท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 ท่าเรือคลองใหญ่ ท่าเรือมาบตาพุด ส่วนถนนจะมีมอเตอร์เวย์สายกรุงเทพฯ-ชลบุรี-พัทยา-มาบตาพุด และแหลมฉบัง-นครราชสีมา ปรับปรุงถนนบริเวณอู่ตะเภาและมาบตาพุด ถนนเลียบชายฝั่งทะเลในพื้นที่ จ.ระยอง และชลบุรี ทางรางมีรถไฟทางคู่ช่วงฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย มีรถไฟความเร็วสูงขนคนจำนวนมากจากกรุงเทพฯ-พัทยา-ระยอง และพัฒนาระบบรางเพื่อรองรับนิคมอุตสาหกรรมภาคตะวันออกทั้งหมด
ข้อมูลข้างต้นเห็นชัดว่าในเวลาอีกไม่กี่ปีข้างหน้าจะมีธุรกิจการค้าพาณิชย์เกิดขึ้นเป็นดอกเห็ด หน่วยงานราชการ ธนาคาร ธุรกิจบริการทั้งหลายจะพาเหรดเข้าไปเปิดให้บริการ นักธุรกิจ พ่อค้า ประชาชน คนทำงานนักท่องเที่ยวไทยและเทศ กำลังซื้อหลายล้านคนจะรวมตัวอยู่ที่นี่ แน่นอนที่สุดผู้ประกอบการเอสเอ็มอีน้อยใหญ่ทั้งใหม่และเก่าอีกหลายแสนรายก็จะเกิดขึ้นในพื้นที่ 3 จังหวัดนี้เช่นกัน
โอกาสดีของคนไทย โอกาสดีของประเทศไทย โอกาสดีของผู้ประกอบการที่ตัดสินใจไว







