posttoday
ย้ายเมืองหลวง

ย้ายเมืองหลวง

10 ตุลาคม 2559

โดย...ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์

โดย...ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์

พายุฝนถล่มกรุงเทพฯ ตลอดทั้งสัปดาห์ สร้างปัญหาน้ำท่วม แถมด้วยรถติดหนัก ด้วยความหงุดหงิดหรือด้วยความเป็นห่วงต่ออนาคตของเมืองหลวงแห่งนี้ก็แล้วแต่ จึงเกิดคำถามว่า ย้ายเมืองหลวงหนีปัญหาไปเลยดีไหม เพื่อหยุดวิกฤตของกรุงเทพฯ ไปสร้างเมืองใหม่ ดังเช่น บราซิเลียของบราซิล แคนเบอร์ราของออสเตรเลีย เนย์ปิดอว์ของเมียนมา หรือปุตราจายาของมาเลเซีย เรื่องย้ายเมืองหลวงพูดกันมานาน มีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ซึ่งมีเหตุผลน่าสนใจทั้งสองด้าน

จะย้ายหรือไม่ย้าย ก่อนอื่นเราต้องตอบคำถามที่ว่า “เราทำอะไรได้มากกว่านี้หรือไม่” ในการแก้ปัญหาของกรุงเทพฯ ผมมั่นใจว่า “เราทำได้มากกว่านี้แน่นอน” กรุงเทพฯ ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็น “กรุง” หรือเป็น
เมืองหลวง เมืองใหญ่ เช่น กรุงลอนดอน กรุงโรม จะว่าไปแล้ว กรุงเทพฯ ก็ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กรุงใดๆ ในโลก ทั้งด้านความสวยงาม เสน่ห์ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม ยิ่งปีนี้กรุงเทพฯ มีนักท่องเที่ยวมาเยือนเกิน 21 ล้านคน แซงหน้าแชมป์เก่ากรุงลอนดอน เป็นอันดับหนึ่งของโลกไปแล้ว

กรุงเทพฯ ยังเป็นศูนย์กลางเชิงสัญลักษณ์อย่างชัดเจน คิดถึงกรุงลอนดอน จะคิดถึงอาคารรัฐสภาที่มีหอนาฬิกาบิ๊กเบน คิดถึงกรุงโรม จะคิดถึงโคลอสเซียม คิดถึงกรุงเทพฯ ต้องคิดถึงพระบรมมหาราชวัง ประเทศใดมีเมืองหลวงที่มีความเป็นสัญลักษณ์เช่นนี้ ย่อมเป็นความภูมิใจของคนในชาติ ถ้าเรายังคงเห็นกรุงเทพฯ เป็นสัญลักษณ์ ก็ต้องมาช่วยกันบรรเทาปัญหาไม่ให้รุนแรงกว่าเดิม จนกระทั่งต้องยอมละทิ้งเมืองไปในวันหนึ่งข้างหน้า

ปัญหาใหญ่ที่คนเป็นห่วงมีหลายเรื่อง แต่ที่รู้สึกได้ชัด คือ 1.ปัญหาน้ำท่วม 2.ปัญหารถติด และ 3.ปัญหาความแออัด นั่นหมายความว่าอาจไม่ต้องแก้ปัญหาให้ได้ทุกเรื่อง แต่หากแก้ปัญหา 3 เรื่องหลักนี้ได้ กรุงเทพฯ ก็ยังน่าอยู่

เรื่องน้ำท่วม ในทางเทคนิคแก้ไขได้แน่นอน แต่ต้องลงทุนในเครือข่ายระบายน้ำ ทั้งอุโมงค์ยักษ์ ตามจุดปัญหาหลัก ให้เชื่อมโยงกับท่อระบายน้ำย่อยให้ครบวงจร อีกทั้งบังคับใช้กฎหมายควบคุมการก่อสร้างรุกล้ำลำน้ำอย่างจริงจัง

เรื่องรถติด ในทางเทคนิคก็บรรเทาได้ โดยการสร้างรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนให้เป็นทางเลือก ปรับปรุงระบบรถเมล์ ระบบไฟจราจรอัจฉริยะ และจะต้องปรับโครงสร้างให้ กทม.มีอำนาจการจัดการจราจร ทั้งระบบควบคุม ตำรวจจราจร รวมทั้งระบบขนส่งมวลชน ไม่ใช่แยกอำนาจ แยกหน่วยงาน ยากมากที่จะบรรลุผล

เรื่องความแออัด คือปัญหาที่คนกรุงเทพฯ สัมผัสได้ แก้ไขได้โดยใช้กฎหมายผังเมืองที่ทันสมัย โดยแบ่งเป็นเขตชั้นในให้หนาแน่นที่สุดได้ เป็นตึกสูง แล้วลงทุนทั้งระบบสาธารณูปโภค การป้องกันน้ำท่วม การขนส่งมวลชนให้ดีที่สุด แล้วค่อยขยับออกมาเป็นเขตหนาแน่นน้อยลงไปเรื่อยๆ โดยใช้ระบบขนส่งมวลชนเชื่อมโยง ที่สำคัญต้องเพิ่มพื้นที่สาธารณะ พื้นที่สันทนาการ ทางเดิน ทางจักรยาน ให้ใช้อย่างเท่าเทียม แบบนี้พลเมืองก็พอใจ

วันนี้ต้องยอมรับว่า แม้ยังไม่คิดจะย้ายเมืองหลวงอย่างเป็นรูปธรรม แต่ก็ต้องย้ายหลายส่วนออกจากกรุงเทพฯ ได้แล้ว ทั้งการย้ายศูนย์กลางคมนาคม เช่น พัฒนาสนามบินอู่ตะเภาเพื่อช่วยสนามบินสุวรรณภูมิ
ศูนย์ซ่อมบำรุงทางรางอาจจะต้องย้ายจากที่มักกะสันไปชลบุรี และท่าเรือแหลมฉบังก็ต้องเป็นศูนย์กลางการขนส่งทางเรือ ไม่ใช่ที่คลองเตยอีกต่อไป จากนั้นคือศูนย์กลางการศึกษา ทั้งโรงเรียนและมหาวิทยาลัย ซึ่งมีทั้ง มหิดล ธรรมศาสตร์ และ มศว ก็ย้ายออกนอกเมืองไปแล้วเช่นกัน

ดังนั้น ใช่ว่ากรุงเทพฯ จะอยู่ได้โดยไม่เปลี่ยนแปลง หากเรายังรักกรุงเทพฯ และยังต้องการให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองหลวงที่สง่างาม และน่าอยู่ต่อไป

แต่ถ้าเรายอมแพ้และไม่สู้กับปัญหาของกรุงเทพฯ วันหนึ่งเราอาจต้องทิ้งเมืองนี้ไปก็เป็นได้

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง