posttoday
คลัง-ธปท.ใช้แซนด์บอกซ์ วางกฎคุมเงินดิจิทัล

คลัง-ธปท.ใช้แซนด์บอกซ์ วางกฎคุมเงินดิจิทัล

10 ตุลาคม 2559

โดย...เสาวรส รณเกียรติ

โดย...เสาวรส รณเกียรติ

กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เตรียมใช้ศูนย์ทดสอบและพัฒนานวัตกรรมที่นำเทคโนโลยีใหม่มาสนับสนุนการให้บริการทางการเงิน (Regulatory Sandbox) มาปรับปรุงและพัฒนากฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อดูแลและวางกฎในการดูแลไม่ให้มีการหลอกลวงเกี่ยวกับการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล

กฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า ปัจจุบัน ธปท.ยังไม่อนุญาตให้สกุลเงินดิจิทัล เช่น บิตคอยน์ หรือสกุลอื่นๆ เป็นเงินที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย ขณะที่กฎหมายที่ใช้กำกับดูแลอาจจะต้องมีการปรับปรุงเพิ่มเติมเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค แซนด์บอกซ์ที่ ธปท.จะเปิดขึ้น จึงจะเป็นกลไกในการให้กระทรวงการคลังและ ธปท.เข้าไปวางกฎเกณฑ์ที่เหมาะสมในการคุ้มครองผู้บริโภคได้

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีประชาชนสอบถามเกี่ยวกับการนำธุรกิจที่เกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัลมาชักชวนให้ร่วมลงทุนเป็นจำนวนมาก และเกิดข้อสงสัยว่าเป็นธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ สศค.จึงได้เผยแพร่ข้อมูลเพื่อเป็นการแจ้งเตือนการชักชวนให้ลงทุนในธุรกิจเงินดิจิทัล

ทั้งนี้ สกุลเงินดิจิทัลถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสื่อกลางในการซื้อขายสินค้า หรือบริการต่างๆ ซึ่งบริษัทที่ผลิตสกุลเงินดิจิทัลได้ชักชวนให้คนร่วมลงทุนซื้อผลิตภัณฑ์แพ็กเกจการศึกษาการสร้างสกุลเงินดิจิทัลกับบริษัท รวมถึงร่วมลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล โดยจะได้รับผลประโยชน์ตอบแทนในอัตราที่สูง เพื่อจูงใจให้ประชาชนเข้ามาสมัครเป็นสมาชิกและลงทุนกับบริษัท นอกจากนี้บริษัทยังได้เสนอผลตอบแทนให้กับผู้ลงทุนที่สามารถชักชวนให้คนมาสมัครสมาชิกเพิ่มเติมโดยมีให้เลือกหลายระดับการลงทุน

แต่เนื่องจาก ธปท.มีการออกประกาศ ฉบับที่ 8/2557 ลงวันที่ 18 มี.ค. 2557 ว่า สกุลเงินดิจิทัล เช่น บิตคอยน์ ไม่ใช่เงินที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย ทำให้ผู้ใช้เงินสกุลดิจิทัลดังกล่าวจะไม่ได้รับความคุ้มครอง และหากมีการหลอกลวงหรือฉ้อโกง หรือฟ้องร้องดำเนินคดี การติดตามข้อมูลการโอนเพื่อใช้เป็นพยานหลักฐานอาจทำได้ยาก ต่างจากการโอนเงินผ่านธนาคารพาณิชย์ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของทางการที่มีระบบการติดตามได้

ขณะที่ในส่วนของกระทรวงการคลังนั้น มีอำนาจตาม พ.ร.ก.กำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 โดยก่อนหน้านี้กระทรวงการคลังก็ได้ร่วมมือกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สอบสวน และอยู่ระหว่างดำเนินคดีบริษัท ยูฟัน สโตร์ ที่มีการออกสกุลเงินดิจิทัล ที่เรียกว่า ยู โทเคน (U Token Cash) ดำเนินการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราในโลกออนไลน์

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันยังมีเว็บไซต์ต่างๆ ชักชวนให้มีการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล แต่การเอาผิดฟ้องร้องดำเนินคดีได้ จะต้องมีการกระทำความผิดตามองค์ประกอบที่กำหนดไว้ในกฎหมายฉ้อโกง

ด้วยเหตุนี้ กระทรวงการคลังจึงอยากให้ประชาชนที่สนใจจะลงทุนในธุรกิจเงินดิจิทัล ศึกษาข้อมูลให้รอบคอบก่อนการตัดสินใจลงทุนว่าธุรกิจนี้ประกอบกิจการถูกกฎหมาย สามารถให้ผลตอบแทนที่พอเพียงที่จะนำมาจ่ายให้แก่ผู้ลงทุนได้จริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงการนำเงินจากสมาชิกรายเก่ามาจ่ายหมุนเวียนให้สมาชิกรายใหม่

นอกจากนี้ ควรพิจารณาด้วยว่าธุรกิจดังกล่าวเป็นรูปแบบลักษณะการ ซื้อ-ขาย เก็งกำไรในสกุลเงินตราต่างประเทศ หรือสินค้าที่มีการสัญญาว่าจะได้รับผลตอบแทนที่สูงหรือไม่ เพราะผู้ลงทุนต้องยอมรับในความเสียหายที่จะเกิดขึ้นจากความเสี่ยงในการลงทุนเหล่านั้นเอง

และหากมีข้อสงสัยว่าธุรกิจนั้นถูกกฎหมายหรือไม่ สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติม ได้ที่ศูนย์รับแจ้งการเงินนอกระบบ สายด่วน 1359 กด 1 หรือส่งข้อมูลมาที่ ตู้ ปณ. 1359 ปณจ. บางรัก กรุงเทพฯ 10500 หรืออีเมล[email protected]

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท