
บริบทใหม่ ของเงินหยวน
โดย...จิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์
โดย...จิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์
เมื่อวันที่ 30 พ.ย. 2558 กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประกาศนำสกุลเงินหยวนเข้าไปอยู่ในตะกร้าเงินหน่วยสิทธิถอนเงินพิเศษ (Special Drawing Rights หรือ SDR) ซึ่งเดิมมีเพียงค่าเงินเหรียญสหรัฐ ยูโร ปอนด์ และเยน โดยให้มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการแล้วเมื่อวันที่ 1 ต.ค.ปีนี้
นับเป็นการเพิ่มสกุลเงินใหม่ของ IMF ในรอบ 35 ปี โดยที่ผ่านมาจีนได้พยายามปฏิรูปหลายอย่างเพื่อให้ IMF ยอมรับค่าเงินหยวน เช่น อนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติเข้าถึงตลาดค้าเงินตราของจีนมากขึ้น การออกตราสารหนี้ และการขยายชั่วโมงซื้อขายของสกุลเงินหยวน เป็นต้น
SDR คือ สินทรัพย์ประเภทหนึ่งที่ทำหน้าที่เสมือนเงินทุนสำรองระหว่างประเทศที่ IMF กำหนดขึ้น แทนที่เดิมประเทศสมาชิกต้องไปถือทองคำหรือเงินเหรียญสหรัฐเท่านั้น เพื่อใช้เป็นทุนสำรองระหว่างประเทศและรักษาเสถียรภาพค่าเงินของตน
ดังนั้น เมื่อเงินหยวนถูกนับรวมในตะกร้าเงิน SDR แล้ว ประเทศสมาชิก IMF ก็สามารถถือครองเงินหยวนในฐานะเงินทุนสำรองของประเทศได้
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าค่าเงินหยวนจะมีน้ำหนักในตะกร้าเงินสูงเกือบ 11% ซึ่งสูงกว่าปอนด์สเตอร์ลิงและเยน (8.09% และ 8.33% ตามลำดับ) แต่ในระยะสั้นตลาดเองก็ยังไม่คาดว่าค่าเงินหยวนจะแข็งค่าขึ้นมากทันทีจากความต้องการถือครองหยวนเพิ่มขึ้น ด้วยเหตุผลหลายประการ เช่น
1.ภาวะเศรษฐกิจจีนที่ยังคงอ่อนแอเมื่อเทียบกับอดีต ในขณะที่สหรัฐฟื้นตัวได้ดีกว่า ทำให้เชื่อได้ว่าค่าเงินหยวนมีแนวโน้มที่อ่อนค่าเมื่อเทียบกับเหรียญสหรัฐ
2.จีนยังคงพึ่งพาอาศัยการส่งออก ดังนั้นมีความเป็นไปได้ที่ทางการจีนจะยังคงแทรกแซงค่าเงินหยวนไม่ให้แข็งค่าต่อเนื่อง
3.ปริมาณพันธบัตรคงค้างของจีนมีสภาพคล่องไม่มากพอเมื่อเทียบกับพันธบัตรสหรัฐ อีกทั้งข้อจำกัดและเงื่อนไขต่างๆ ที่ยังคงเป็นอุปสรรคสำหรับนักลงทุนต่างชาติในการถือครองพันธบัตรจีน (มูลค่าคงค้างพันธบัตรสหรัฐ ญี่ปุ่น และจีน อยู่ที่ 13, 10 และ 3.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ตามลำดับ)
4.นักวิเคราะห์หลายสำนักออกบทวิเคราะห์สนับสนุนแนวคิดที่ว่าธนาคารกลางของกลุ่มประเทศสมาชิก IMF ไม่จำเป็นต้องมีสกุลเงินหยวนเป็นส่วนหนึ่งของเงินทุนสำรองแต่อย่างใด ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือบางประเทศมีการถือครองดอลลาร์ของออสเตรเลียและแคนาดา ทั้งๆ ที่สองสกุลดังกล่าวไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของตะกร้า SDR แต่อย่างใด







