
ความเชื่อไสยศาสตร์ ชาวเมียนมา (1)
ก่อนจะเล่าเรื่องความเชื่อเรื่องไสยศาสตร์ของชาวเมียนมา ผมต้องขอออกตัวก่อนนะครับว่ามิได้มีเจตนาจะลบหลู่ในความเชื่อของคนทั่วไปนะครับ
ก่อนจะเล่าเรื่องความเชื่อเรื่องไสยศาสตร์ของชาวเมียนมา ผมต้องขอออกตัวก่อนนะครับว่ามิได้มีเจตนาจะลบหลู่ในความเชื่อของคนทั่วไปนะครับ ตามคำที่ว่า “ไม่เชื่ออย่าลบหลู่” ผมเป็นคนที่ไม่ค่อยจะมีเซนส์ในเรื่องเล่านี้นัก แต่ที่เมียนมา เหล่าน้องๆ ในบริษัทร้อยละเก้าสิบจะเชื่อกันมาก บางคนขนาดเรียนจบปริญญาโท ก็ยังฝักใฝ่เชื่อถืออย่างสนิทใจเลยละครับ แต่ผมจะไม่ไปดูถูกดูแคลนเขา เพราะเป็นสิทธิส่วนบุคคลของเขา มนุษย์ย่อมมีสิทธิในการเชื่อถือหรือนับถือลัทธิหรือศาสนาใดๆ ก็ได้ ตามหลักประชาธิปไตยครับ
ที่เมียนมาแต่โบราณกาลนั้น จะนับถือ “นัท” หรือภูติผีปีศาจมากๆ ทั่วเขตแดนเมียนมาก็จะมีภูติหรือนัทอยู่มากมาย โดยจะมีรูปปั้นนัทต่างๆ ไว้คอยกราบไหว้บูชา ขอพรในวาระต่างๆ กัน ความเชื่อถือเหล่านั้นลุกลามประเทศเมียนมาในอดีตอย่างมีนัย จนกระทั่งมีการบูชายันต์กันเกิดขึ้น ในที่สุดถึงยุคของพระเจ้าอะนอระธา ขึ้นปกครองแผ่นดินเมื่อประมาณเก้าร้อยกว่าปีก่อน พระองค์ท่านได้มีคำสั่งให้กวาดล้างลัทธินัท ด้วยการทำลายรูปปั้นของนัทต่างๆ ให้หมดสิ้น
แต่หลังจากนั้นมาอีกนาน นานเท่าไรผมก็ไม่ทราบได้ ก็มีการฟื้นฟูความเชื่อกลับมาอีก แต่จะเอานัทไปไว้ในที่ที่ห่างไกลกับพระพุทธรูป โดยทั่วๆ ไปแล้วที่หน้ารูปปั้นนัท ที่เคยเห็นมาเป็นประจำ ก็จะมีก้อนหินขนาดเขื่องๆ หนักสักสิบกิโลวางอยู่ด้านหน้า เมื่อคนที่ไปบูชาจะขอพรใดๆ ก็ตาม ก็จะอธิษฐานขอพรก่อน แล้วก็จะยกหินขึ้นมาครั้งแรก เพื่อชั่งน้ำหนักมือดู จากนั้นก็จะอธิษฐานอีกครั้ง คราวนี้ก็จะบอกว่า “ถ้าคำอธิษฐานของข้าฯ นั้น ท่านได้เห็นดีเห็นงามด้วย ก็ขอให้หินที่ข้าฯ ยกนี้มีน้ำหนักเบาลง” แล้วก็จะยกใหม่อีกที แล้วก็พยักหน้าหงึกหงัก เข้าใจได้ว่า เออ...มันเบาขึ้นจริงๆ แหะ ก็คงคิดว่าองค์นัทได้ประทานพรให้แล้ว
นัทที่เป็นที่เคารพสักการะของคนไทยมากๆ ก็มีองค์เทพทันใจ องค์เทพเจ้าแม่กระซิบ ที่ตั้งอยู่ในวัดโบดะถ่อง หรือที่คนไทยเรียกกันว่า วัดพระทันใจ นั่นแหละครับ เมื่อก่อนตอนผมไปทำมาหากินอยู่เมียนมาใหม่ๆ สักยี่สิบหกปีก่อน เพื่อนชาวเมียนมามาชวนไปกราบไหว้ ยุคนั้นเทพทันใจยังไม่โด่งดัง คนที่ไปไหว้จะน้อยมาก ไม่มีการเข้าแถว คนไทยก็ไปเที่ยวกันน้อย หินเสี่ยงทายก็ยังอยู่
แต่ปัจจุบันนี้คนไทยไปกันเยอะ หัวหน้าทัวร์กับมัคคุเทศก์คงไปเล่าถึงความศักดิ์สิทธิ์ขององค์เทพทันใจ คราวนี้คนไทยไปกราบไหว้เยอะ ผมคิดเอาเองนะครับว่าหินเสี่ยงทายก้อนนั้นคงทำให้เสียเวลามาก เลยโดนคนยกหายไปไหนก็ไม่รู้เสียแล้ว อีกอย่างคือคนเมียนมาเอง ไม่เคยเห็นใครคล้องคอด้วยพระเครื่องหรือเครื่องรางของขลัง แต่คงเป็นเพราะอิทธิพลจากที่คนไทยไปเที่ยวกระมัง ทำให้ข้างวัดเทพทันใจหรือวัดโบดะถ่อง ปัจจุบันมีรูปปั้นเทพทันใจให้เช่าเรียบร้อยแล้วละครับ คงไม่ต้องถามนะครับว่าทำมาจากไหน ปลุกเสกกันอย่างไร
ถ้าอยากรู้ต้องถามผมหลังไมค์ครับ &O5532;







