
ทุนอังกฤษผุดR&Dในไทย
เฮเดล อังกฤษ ลุยเปิดศูนย์อาร์แอนด์ดีในไทยแห่งแรกในโลก วางเป้าไทยศูนย์วิจัยขยายตลาดในภูมิเอเชียแปซิฟิก มั่นใจตลาดในประเทศ นักวิจัยไทยศักยภาพแข็งแกร่ง
เฮเดล อังกฤษ ลุยเปิดศูนย์อาร์แอนด์ดีในไทยแห่งแรกในโลก วางเป้าไทยศูนย์วิจัยขยายตลาดในภูมิเอเชียแปซิฟิก มั่นใจตลาดในประเทศ นักวิจัยไทยศักยภาพแข็งแกร่ง
นายเรย์ กิบบ์ส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฮเดล กราฟีน อินดัสทรี จากประเทศอังกฤษ เปิดเผยว่า บริษัทได้เข้ามาจัดตั้งศูนย์วิจัยกราฟีนแห่งแรกในประเทศไทย ที่อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ถือเป็นศูนย์วิจัยนอกประเทศอังกฤษแห่งแรกในโลก โดยเลือกเข้ามาลงทุนในไทยเพราะมีความเชื่อมั่นกับการเติบโตของไทย และศักยภาพของอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย รวมถึงการมีนักวิจัยที่มีความพร้อม รวมถึงจะใช้ไทยเป็นศูนย์กลางวิจัยเพื่อขยายตลาดไปในภูมิภาคอาเซียนและเอเชียแปซิฟิก
สำหรับการเข้ามาลงทุนในไทยในช่วงแรก ใช้งบลงทุนประมาณ 25 ล้านบาท เพื่อจัดตั้งศูนย์ในช่วงปี 2560-2561 โดยกราฟีนถือว่ามีความเหมาะสมกับทั้งอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ รถยนต์ และเป็นส่วนประกอบในวัสดุต่างๆ ส่งผลดีให้วัสดุมีน้ำหนักเบาและมีความทนทานสูง ถือว่าช่วยเพิ่มมูลค่าให้แก่วัสดุต่างๆ ได้อย่างมาก โดยพบว่าความต้องการใช้วัสดุที่มีส่วนผสมกราฟีนในโลกมีสูงมาก และตลาดเติบโตทุกปี ซึ่งตลาดรวมของวัสดุที่เกี่ยวข้องกับกราฟีนและนาโนเทคโนโลยีในโลก มีมูลค่าสูงถึง 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐ
ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทมีลูกค้าที่ใช้สินค้าในหลายประเทศและมีลูกค้าหลักในเอเชีย โดยเฉพาะประเทศเกาหลีใต้และไต้หวัน รวมถึงมีลูกค้าในไทยประมาณ 2 ราย อีกทั้งบริษัทมีความพร้อมให้บริการต่างๆ แก่ลูกค้าอุตสาหกรรม ซึ่งบริษัท เฮเดล กราฟีน ได้จดทะเบียนในตลาด หลักทรัพย์ประเทศอังกฤษ มีมูลค่าตลาดประมาณ 30 ล้านยูโร
นายทวีศักดิ์ กออนันตกูล ที่ปรึกษาอาวุโสผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยา ศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า สวทช.และนักวิจัย ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือเนคเทค ได้ทำการวิจัยกราฟีนและถ่ายทอดให้ภาคอุตสาหกรรมนำไปใช้แล้ว โดยกราฟีนนำไปใช้ในหลายอุตสาหกรรม ทั้งช่วยการยืดอายุของหลอดไฟสว่างแบบแอลอีดี สามารถพัฒนาสู่เสื้อผ้าอัจฉริยะ ประกอบด้วยเซ็นเซอร์ตรวจวัดสุขภาพผู้ใส่ส่งข้อมูลให้แพทย์ได้ เป็นต้น
ด้าน นายเจนกฤษณ์ คณาธารณา ผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย กล่าวว่า การมีบริษัท เฮเดล เข้ามาจัดตั้งศูนย์วิจัย เชื่อมั่นว่าจะทำให้เกิดการร่วมมือระหว่างนักวิจัยไทยและต่างประเทศ รวมถึงผลักดันการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงและรองรับเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 ของไทย







