
'จิตตะ' สตาร์ทอัพ ออฟ เดอะ เยียร์
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
จิตตะ แพลตฟอร์มสำหรับการวิเคราะห์หุ้นให้แก่นักลงทุน เน้นการลงทุนหุ้นแบบเน้นคุณค่า ที่ได้รับรางวัล “สตาร์ทอัพ ออฟ เดอะ เยียร์” จากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สนช. ที่ล่าสุด “จิตตะ” กำลังขยายสาขาไปให้บริการในจุดต่างๆ ทั่วโลก ทั้งสหรัฐ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ฮ่องกง และเวียดนาม
พรทิพย์ กองชุน ผู้ร่วมก่อตั้งจิตตะ (JITTA) เปิดเผยว่า ในธุรกิจสตาร์ทอัพ จิตตะ กำลังเข้าสู่ปีที่ 3 ของการเปิดให้บริการ โดยมีจำนวนผู้ใช้งานกว่า 1 แสนคนในประเทศไทย พร้อมกับกำลังขยายธุรกิจไปในต่างประเทศ ทั้งสิงคโปร์ ที่มีพันธมิตรทางธุรกิจร่วมทำตลาด รวมถึงมีการจัดตั้งบริษัทในสหรัฐเมื่อปีที่ผ่านมา มีพันธมิตรในญี่ปุ่น มีการขยายตลาดไปเวียดนาม รวมทั้งตลาดในประเทศไทยที่มีลูกค้าใช้บริการเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
สำหรับการเริ่มสร้าง “จิตตะ” มาจากผู้ก่อตั้ง 3 คน คือ พรทิพย์ ที่อดีตก่อนหน้านี้ทำงานเป็นผู้บริหารกูเกิล และมาร่วมสร้างสตาร์ทอัพใหม่ ส่วนผู้ร่วมก่อตั้งอีกสองคนคือ ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์ ผู้ประกอบการธุรกิจออนไลน์และนักลงทุนปัจจัยพื้นฐาน และ ศิระ สัจจินานนท์ นักพัฒนาโปรแกรมที่มีประสบการณ์กว่า 17 ปี มาร่วมพัฒนาโปรแกรมของจิตตะ ที่ใช้เวลาคิดค้นโปรแกรม 1 ปี โดยระบบจะนำงบการเงินย้อนหลังของบริษัทเป็นเวลา 10 ปี เพื่อนำข้อมูลมาประมวลผล ทำให้ได้รู้มูลค่าพื้นฐานที่แท้จริงของบริษัทที่ลงทุน และเลือกลงทุนอย่างเหมาะสม อีกทั้งเป็นการเลือกลงทุนในบริษัทที่เติบโตดีแบบยั่งยืน และเป็นระบบที่เปิดให้นักลงทุนได้ใช้บริการดังกล่าวฟรี
ขณะเดียวกัน จิตตะยังมีข้อมูลหุ้นทั่วโลก เพื่อให้นักลงทุนทั่วโลกสามารถเลือกดูข้อมูลหุ้น โดยบริษัทมีความพร้อมขยายสาขาไปในต่างประเทศ ซึ่งแต่ละตลาดนักลงทุนก็จะมีพฤติกรรมการใช้ข้อมูลแตกต่างกัน จึงต้องปรับแนวทางทำตลาดให้เหมาะสมกับนักลงทุนแต่ละพื้นที่
“การเริ่มสตาร์ทอัพที่เริ่มตั้งแต่ศูนย์ แต่เรามีเป้าหมายขององค์กรที่ชัดเจนว่าต้องการอะไร พร้อมกับพัฒนาสูตรโปรแกรมของจิตตะให้แก่นักลงทุน เพื่อสร้างโปรแกรมที่ดีที่สุด รวมทั้งต้องนำข้อมูลที่เป็นบิ๊กดาต้าจำนวนมากมาแปลงให้นักลงทุนได้รับข้อมูลที่มีคุณภาพ และนำเสนอข้อมูลที่ทุกคนสามารถเข้าใจง่าย” พรทิพย์ กล่าว
ในปัจจุบันองค์กรมีทีมงานกว่า 20 คน รวมทั้งปีต่อไป สนใจขยายการระดมทุนเพื่อให้มีนักลงทุนในองค์กร และมีความพร้อมขยายธุรกิจ รวมทั้งสนใจขยายตลาดไปในประเทศใหม่ รวมถึงจะมีผลิตภัณฑ์และบริการใหม่มานำเสนอให้นักลงทุนได้ข้อมูลที่ดีในการลงทุน
เชื่อมั่นว่าการเลือกลงทุนด้วยข้อมูลพื้นฐานที่ดีและนำเสนอข้อมูลที่ครบถ้วน รอบด้าน จะเปิดโอกาสการลงทุนที่มั่นคงและยืนยาวให้แก่นักลงทุนทั้งในไทยและในทั่วโลก







