
ขสมก.กู้ล้างหนี้ค่าน้ำมัน
ขสมก.เตรียมขอคณะรัฐมนตรีกู้สถาบันการเงิน 2,121 ล้านบาทล้างหนี้ค่าน้ำมัน-ค่าเหมาซ่อม
ขสมก.เตรียมขอคณะรัฐมนตรีกู้สถาบันการเงิน 2,121 ล้านบาทล้างหนี้ค่าน้ำมัน-ค่าเหมาซ่อม
นายดรุณ แสงฉาย รองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ได้ประชุมพิจารณาการกู้เงินเพื่อชาระหนี้ค่าน้ำมัน ค่าเหมาซ่อม ตลอดจนค่าเบี้ยปรับขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) รวมวงเงิน 2,121 ล้านบาท โดยการกู้เงินดังกล่าวเป็นการกู้เพื่อเสริมสภาพคล่อง จ่าย หนี้สินที่เกิดจากนโยบายภาครัฐในด้าน การบริการประชาชน รวมถึงค่าส่วนต่างและค่าชดเชยจากนโยบายของรัฐบาล ตั้งแต่ปี 2553 อาทิ โครงการรถเมล์ฟรี เป็นต้น
ทั้งนี้ กระบวนการค้างชาระนั้นไม่สอดรับขั้นตอนการเบิกจ่ายงบประมาณของหน่วยงานจนส่งผลให้เกิดภาระดอกเบี้ย ดังนั้นจึงทำเรื่องเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขอกู้ยืมเงินเสริมสภาพคล่องและลดภาระเบี้ยปรับของยอดเงินค้างชาระ ซึ่งแนวทางการกู้เงินเพื่อชาระเงินต้นและเบี้ยปรับให้กับเอกชนจากสถาบันการเงินโดยตรงนั้น เป็นแนวทางที่คุ้มค่ามากที่สุด
ด้าน นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผู้อำนวยการ ขสมก. กล่าวว่า ระยะเวลาของงบประมาณไม่สอดคล้องกับระยะเวลาการจ่ายเงินให้เอกชน ส่งผลให้ ขสมก.ต้องรับภาระค่าปรับตามอัตราดอกเบี้ยมาตรฐานตามที่เอกชนตั้งขึ้น ซึ่งสัญญาการจ่ายบิลระหว่างเอกชนและ ขสมก.ในด้านการให้บริการค่าน้ำมันและค่าเหมาซ่อมนั้น มีการชาระทุกเดือน จนก่อให้เกิดหนี้ราว 2,100 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินต้น 1,300 ล้านบาท และเบี้ยปรับอีกราว 700 ล้านบาท
อย่างไรก็ดี การเปลี่ยน เจ้าหนี้จากเอกชนเป็นสถาบันการเงินนั้น จะสามารถลดภาระทางดอกเบี้ยได้ราว 5% จากเดิมซึ่งอยู่ที่ 7% ซึ่งถือว่าเป็นวงเงินจำนวนมากเมื่อเทียบกับอัตราดอกเบี้ยและภาระหนี้ของ ขสมก.ในปัจจุบัน
ทั้งนี้ คาดว่าจะสามารถเสนอเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุม ครม.ได้ภายในปีนี้หลังรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งสภาพัฒน์ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) และสำนักงบประมาณ
นายณรงค์ เขียดเดช ผู้ว่าการ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กล่าวว่า ขณะนี้ผลการศึกษาการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการทางด่วนพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกฯ ระยะทาง 19 กม. งบประมาณ 3.2 หมื่นล้านบาท เสร็จเรียบร้อยตั้งแต่เดือน พ.ค. เหลือแต่การออกแบบรายละเอียดโครงการซึ่งขณะนี้คืบหน้ากว่า 80% แล้ว
ขณะเดียวกัน ในส่วนของรูปแบบการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กำลังพิจารณาเปรียบเทียบระหว่างการใช้เงินกู้และการจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือน พ.ย.นี้ จากนั้นจะนำเสนอ ครม.โดยภายในสิ้นปีนี้จะเปิดประมูลผู้รับเหมาก่อสร้างได้







