
โลว์คอสต์ระอุรับไทยไทเกอร์ โสภณใช้กม.ยื้อ
โพสต์ทูเดย์
— บางกอกแอร์เวย์ส จับตาไทย ไทเกอร์ฯ ก่อนปรับตัว ด้านไทยแอร์เอเชีย เปิดภูเก็ตอุบลราชธานี แค่ 690 บาทนายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ ผู้ให้บริการสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส เปิดเผยว่า บริษัทได้ติดตามความเคลื่อนไหวของแนวคิดการก่อตั้งสายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์แอร์ไลน์) ไทย ไทเกอร์ แอร์เวย์ส ของบริษัท การบินไทย ว่าจะมีลักษณะการให้บริการในรูปแบบใด ทั้งช่องทางการจำหน่ายตั๋วโดยสาร เส้นทางที่เปิดให้บริการ รวมถึงแผนกลยุทธ์ทางการบินของสายการบินดังกล่าว
ทั้งนี้ เพื่อจะนำมาปรับกลยุทธ์และแนวทางการตลาดรับมือ เพราะการเพิ่มเส้นทางและจำนวนเที่ยวบินในตลาดอาจส่งผลกระทบต่อส่วนแบ่งทางการตลาดของบริษัทได้ ส่วนการประกาศตัวเปิดสายการบินใหม่ของการบินไทยในครั้งนี้ มองว่าเป็นเรื่องปกติของการดำเนินธุรกิจที่มีการต่อยอดเกิดขึ้น
ด้านนายทัศพล แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยแอร์เอเชีย ผู้ให้บริการโลว์คอสต์แอร์ไลน์ไทยแอร์เอเชีย กล่าวว่า ได้เพิ่มความถี่ในการจัดโปรโมชันลดราคาเฉลี่ยสัปดาห์ละครั้งในทุกเส้นทาง และล่าสุดเตรียมเปิดให้บริการเส้นทางบินตรงระหว่างภูเก็ต
–อุบลราชธานี สัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน ในราคาเริ่มต้น 690 บาท โดยเริ่มจองตั้งแต่วันที่ 25 ส.ค.5 ก.ย.นี้นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม กล่าวว่า ได้รับหนังสือชี้แจงรายละเอียดการจัดตั้งสายการบินไทย ไทเกอร์ แอร์เวย์ส จากบริษัท การบินไทย แล้ว และพบว่ามีความแตกต่างจากการจัดตั้งสายการบินนกแอร์ที่มีผู้ถือหุ้นทั้งหมดเป็นคนไทย จึงได้สั่งการให้ฝ่ายกฎหมายของกระทรวงไปพิจารณาในประเด็นข้อกฎหมายให้รอบคอบ รวมทั้งประเด็นเรื่องสิทธิการบินและสิทธิประโยชน์ต่างๆซึ่งจะเกิดขึ้นจากการจัดตั้งสายการบินแห่งใหม่ โดยจะให้ฝ่ายกฏหมายของกระทรวงคมนาคมพิจารณาต่อไป
แม้การจัดตั้งสายการบินนกแอร์ใช้เงินลงทุนรวม 500 ล้านบาท ส่วนไทย ไทเกอร์ แอร์เวย์สใช้เงินลงทุน 200 ล้านบาท แต่เรื่องวงเงินลงทุนไม่ได้เป็นประเด็นสำคัญ ต้องมองเรื่องสิทธิประโยชน์ต่างๆด้วย โดยต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ รวมทั้งประเด็นที่ผู้ถือหุ้นของไทเกอร์ แอร์เวย์สขายหุ้นบางส่วนออกมา ซึ่งต้องนำมาประกอบการพิจารณาด้วย
”นายโสภณ กล่าวแหล่งข่าวจากการบินไทย กล่าวว่า สาระสำคัญของเอ็มโอยูที่การบินไทยและไทเกอร์ แอร์เวย์สลงนามร่วมกัน ระบุว่า ไทย ไทเกอร์ แอร์เวย์ส จะใช้ทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 200 ล้านบาท สูงสุดไม่เกิน 900 ล้านบาท โดยการบินไทยถือหุ้น 49.8% และผู้ถือหุ้นไทยอีก 1.2% รวมเป็น 51% ส่วนไทเกอร์ แอร์เวย์สถือหุ้น 49% โดยกำหนดให้มีระยะเวลาผูกพันเบื้องต้น 10 ปี และจะดำเนินธุรกิจบนเครื่องหมายการค้า ของไทเกอร์ แอร์เวย์ส โดยไทเกอร์ฯจะคิดค่าธรรมเนียมรายปี ซึ่งจะต้องพิจารณาตกลงกันต่อไป
นอกจากนั้น ไทเกอร์ฯ จะเป็นผู้จัดทำแผนธุรกิจ 3 ปี ระบบการขาย การสร้างภาพลักษณ์(BRAND) การบริหารรายได้ การพัฒนาเส้นทางบิน การให้ความรู้ในการบริหารจัดการสายการบิน การคัดเลือกและฝึกนักบินลูกเรือ ขณะที่การบินไทยจะมีหน้าที่ดำเนินการเกี่ยวกับการขออนุญาตจากหน่วยงานรัฐ ผู้มีอำนาจที่เกี่ยวข้องต่างๆในการอนุมัติเพื่อจัดตั้งบริษัทและดำเนินธุรกิจในประเทศไทย และผู้มีอำนาจอนุมัติใบสำคัญการเดินอากาศ ส่วนการขายบัตรโดยสารจะอยู่บนระบบของไทเกอร์ในชื่อ "tigerairways.com"







