
5 ความท้าทายทางการเงิน ที่ SME ต้องฟันฝ่า
ในยามที่ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเศรษฐกิจไม่ค่อยดี จะขยับตัวทำอะไรแต่ละทีก็ยากไปหมด
โดย...พัชร สมะลาภา
ในยามที่ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเศรษฐกิจไม่ค่อยดี จะขยับตัวทำอะไรแต่ละทีก็ยากไปหมด จึงเป็นปัญหาที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีต้องคิดหนัก โดยเฉพาะเรื่องของเงินทอง แต่ส่วนใหญ่ก็ยังละเลยการทำบัญชีรายรับรายจ่าย เพราะไม่มีความรู้ด้านบัญชี หรือไม่ก็ขายดีจนไม่มีเวลาทำ จึงไม่รู้ว่ามีเงินสดเท่าไหร่ที่หมุนเวียนอยู่ในกิจการจริงๆ ซึ่งนั่นเป็นอันตรายขั้นร้ายแรงสำหรับคนทำธุรกิจ
เราลองมาดูกันนะครับว่าถ้าเอสเอ็มอีไม่รู้เงินสดเข้าออกที่แท้จริงแล้วจะต้องเผชิญกับความท้าทายอะไรบ้าง
1.ชักหน้าไม่ถึงหลัง เพราะการใช้วิธีจดและจำอยู่ในหัวไม่ทำบัญชีรายรับรายจ่าย นานวันเข้าก็จะไม่สามารถจำได้ทั้งหมด จนไม่รู้ว่าในแต่ละวันมีเงินเข้าออกเท่าไหร่ ไม่รู้แม้กระทั่งว่ารายได้ที่มีเริ่มจะไม่พอกับค่าใช้จ่าย จึงไม่ได้วางแผนจัดสรรเงินเข้าออกให้พอดีกัน และบางคนถึงขั้นเอารายได้ของธุรกิจมาใช้จ่ายในเรื่องส่วนตัว
ใช้เงินปนกันไปหมดเช่นนี้มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ไม่มีเงินมาจ่าย
2.ขายดีแต่ไม่มีเงิน หลายคนคงเคยสงสัยว่าขายดีเป็นเทน้ำเทท่าแต่ทำไมถึงไม่มีเงินในกระเป๋า นั่นก็เพราะในการทำธุรกิจส่วนใหญ่แล้วต้องให้เครดิตเทอมแก่ลูกค้า แปลว่าคุณขายของได้วันนี้ แต่ยังไม่ได้รับเงินในทันทีอาจต้องรอถึง 30 วัน และเมื่อถึงเวลาครบกำหนดหากลูกค้าขอเลื่อนการจ่ายเงินออกไปอีกแล้ว เอสเอ็มอีจะประคองธุรกิจอย่างไร อย่าลืมยังมีเจ้าหนี้การค้าที่คุณมีกำหนดต้องจ่ายเงินให้เขาด้วย
ทีนี้หากเอสเอ็มอีไม่รู้จักวางแผนบริหารจัดการให้ดี ก็จะทำให้ธุรกิจสะดุดได้เลยทีเดียว
3.ต้นทุนธุรกิจสูง คนทำธุรกิจย่อมรู้ต้นทุนของตัวเองอยู่แล้ว แต่แน่ใจแล้วหรือว่านั่นคือต้นทุนที่แท้จริงของสินค้า เนื่องจากต้นทุนไม่ได้มีแค่ค่าวัตถุดิบ ค่าน้ำค่าไฟ และเงินเดือนพนักงาน แต่ยังรวมไปถึงค่าบริหารจัดการสต๊อกสินค้า หรือกระทั่งค่าขนส่งกรณีสินค้าถูกตีกลับ ซึ่งเอสเอ็มอีมองข้ามไป
ดังนั้น จึงต้องคำนวณให้ครอบคลุมต้นทุนทุกประเภทที่แอบแฝงอยู่
4.ไม่รู้กำไรของตัวเอง เมื่อเห็นตัวเลขยอดขายและกำไรสูงๆ เอสเอ็มอีก็คงดีใจ แต่จะแน่ใจอย่างไรว่าธุรกิจกำลังไปได้สวย เพราะหากคุณคำนวณต้นทุนไม่ครบ ก็กระทบทำให้กำไรผิดเพี้ยนได้ เท่ากับว่ากำไรที่เห็นมันไม่ใช่กำไรที่แท้จริง นอกจากนี้จะดูแค่ตัวเลขยอดขายและกำไรอย่างเดียวไม่ได้ ต้องคำนวณอัตราส่วนกำไรต่อยอดขายให้เป็น
จะได้รู้ว่าธุรกิจมีความสามารถในการทำกำไรต่อยอดขายได้ดีแค่ไหนด้วย
5.ขาดแหล่งเงินทุน ยังมีเอสเอ็มอีจำนวนมากที่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน สาเหตุหนึ่งก็เพราะการไม่เดินบัญชี เนื่องจากเห็นว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญ โดยเฉพาะคนทำธุรกิจแบบซื้อสดขายสด เมื่อได้เงินมาก็เก็บไว้ในลิ้นชัก เพื่อเตรียมใช้จ่ายออกไป ไม่ได้เอาเงินเข้าบัญชีธนาคาร ทำให้ธนาคารไม่เห็นข้อมูลเงินหมุนเวียนของธุรกิจ
โอกาสในการขอกู้ก็จะมีความยากขึ้น
เป็นเอสเอ็มอีไม่ใช่เรื่องง่าย ความท้าทายทางการเงินที่เราต้องเผชิญมีโอกาสเกิดขึ้นได้เสมอ ผมอยากให้ธุรกิจเอสเอ็มอีให้ความสำคัญกับการทำบัญชีให้มากขึ้น ทำบัญชีรายรับรายจ่ายอย่างง่ายๆ
เพราะคุณจะได้รู้สถานะธุรกิจของคุณ เพื่อการวางแผนบริหารจัดการได้ทันท่วงที







