posttoday
ตลาดเกิดใหม่ยังแกร่ง สวนทางชาติพัฒนา

ตลาดเกิดใหม่ยังแกร่ง สวนทางชาติพัฒนา

06 ตุลาคม 2559

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ปรับขึ้นคาดการณ์ของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ประกอบด้วยกัมพูชา จีน อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย มองโกเลีย เมียนมา ปาปัวนิวกินี ฟิลิปปินส์ ไทย ติมอร์ตะวันออก เวียดนาม และหมู่เกาะแปซิฟิก สำหรับปี 2016 นี้ เพิ่มจากคาดการณ์เดือน เม.ย.ที่ 6.3% เป็น 6.4% ส่งผลให้คาดการณ์รวมของทั้งเอเชียแปซิฟิกปรับขึ้น 0.1% เป็น 5.8% 

เวิลด์แบงก์คงคาดการณ์ของประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียแปซิฟิกเอาไว้ที่ 6.2% สำหรับปี 2017 และ 6% สำหรับปี 2018 โดยระบุว่า การถอนตัวจากสหภาพยุโรป (อียู) ของอังกฤษหรือเบร็กซิตจะส่งผลกระทบต่อภูมิภาคไม่มากนักเนื่องจากมีสัดส่วนการค้ากับอังกฤษน้อย คิดเป็น 2% ของการส่งออกจากบรรดาประเทศดังกล่าว

“ในด้านบวก การโหวตเบร็กซิตและกระบวนการเบร็กซิตที่กำลังจะเริ่มต้น มีแนวโน้มส่งผลกระทบเพียงเล็กน้อยต่อประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก เนื่องจากประเทศเหล่านี้มีการค้าโดยตรงและความเชื่อมโยงทางการเงินกับสหราชอาณาจักรไม่มากนัก” รายงานของเวิลด์แบงก์ระบุ

ขณะเดียวกัน ด้านกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ปรับคาดการณ์ตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนาขึ้นจากคาดการณ์ในเดือน ก.ค.ที่ 4.1% เป็น 4.2% สำหรับปี 2016 นี้ ขณะที่ปี 2017 ไอเอ็มเอฟคาดการณ์ว่าจะเติบโตได้ 4.6% โดยการขยายตัวทางเศรษฐกิจของตลาดเกิดใหม่ในเอเชีย โดยเฉพาะอินเดียที่มีการฟื้นตัวดี คาดจะขยายตัว 7.6% ในปีนี้ 

ตลาดเกิดใหม่ยังเผชิญความเสี่ยง

อย่างไรก็ตาม เวิลด์แบงก์เตือนว่า ยังมีความเสี่ยงต่อตลาดทุนในระหว่างกระบวนการเบร็กซิต โดยเฉพาะกับอินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทย ซึ่งมีปริมาณการลงทุนจากต่างชาติในตลาดทุนมาก ในขณะที่ภายหลังเบร็กซิต ค่าเงินเยน ซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นและสร้างความเสี่ยงในหลายชาติ เช่น ไทยและมาเลเซีย ซึ่งมีธนาคารสัญชาติญี่ปุ่นจำนวนมาก โดยบรรดาธนาคารอาจดึงเงินกลับญี่ปุ่นหากค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้น และส่งผลให้มูลค่าหนี้สกุลเงินเยนเพิ่มขึ้นด้วย

ขณะเดียวกัน การเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะสร้างความผันผวนทางการเงิน และยังทำให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้น ซึ่งสร้างความเสี่ยงให้มูลค่าหนี้ในภูมิภาคดังกล่าวปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจีน มาเลเซีย และไทย ที่ในปัจจุบันปริมาณหนี้ในภาคเอกชนและภาคครัวเรือนในระดับสูงได้สร้างความเสี่ยงต่อภาคธนาคาร

นอกจากนี้ เวิลด์แบงก์ ยังเตือนอีกว่า การชะลอตัวทางเศรษฐกิจของจีนและการสร้างสมดุลทางเศรษฐกิจ ยังคงเป็นความเสี่ยงในระยะสั้นต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจของทั้งภูมิภาค เนื่องจากจีนครองสัดส่วนการค้ากับภูมิภาคดังกล่าวมาก โดยเวิลด์แบงก์คงคาดการณ์ของจีนเอาไวที่ 6.7% สำหรับปี 2016 และ 6.5% สำหรับปี 2017

ทั้งนี้ แหล่งข่าวเปิดเผยกับสำนักข่าวบลูมเบิร์กว่า จีนเปิดเผยลงโครงการลงทุนร่วมกับภาคเอกชน (พีพีพี) มูลค่า 14 ล้านล้านหยวน (ราว 70 ล้านล้านบาท) เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านนโยบายการคลัง โดยแหล่งข่าวอีกราย ระบุว่า กระทรวงการคลังจีนคัดเลือกโครงการลงทุนจากทั้งหมด 1,000 โครงการ เหลือเพียง 516 โครงการ

เศรษฐกิจพัฒนาแล้วชะลอตัว

ไอเอ็มเอฟ ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจสหรัฐจากคาดการณ์เดิมเมื่อเดือน ก.ค.ที่ 2.2% เป็น 1.6% หลังการขยายตัวในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้น่าผิดหวัง โดยเป็นผลมาจากการลงทุนของภาคเอกชนอ่อนแอ และการผลิตที่ปรับตัวลดลง อย่างไรก็ตาม สหรัฐมีแนวโน้มจะฟื้นตัวมาอยู่ที่ 2.2% ในปีหน้า หลังผลกระทบจากราคาน้ำมันถูกและค่าเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าลดลงไป

ขณะเดียวกัน ไอเอ็มเอฟ ระบุว่า การขึ้นดอกเบี้ยของเฟดควรดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยพิจารณาจากการเติบโตของรายได้และอัตราเงินเฟ้อ

ด้านอังกฤษ ไอเอ็มเอฟ คาดการณ์เศรษฐกิจจะขยายตัว 1.8% ในปีนี้ และ 1.1% ในปีหน้า ชะลอตัวลงจากปี 2015 ที่อยู่ที่ 2.2% จากความไม่แน่นอนหลังเบร็กซิต เช่นเดียวกับกลุ่มยูโรโซนที่มีแนวโน้มขยายตัว 1.7% ในปีนี้ และ 1.5% ในปีหน้า ลดลงจาก 2% เมื่อปี 2015 ที่ผ่านมา โดยไอเอ็มเอฟระบุว่า ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ควรคงการผ่อนคลายนโยบายการเงินเอาไว้ หรือขยายมาตรการเข้าซื้อสินทรัพย์ หากอัตราเงินเฟ้อยังคงไม่ฟื้นตัว

ตลาดทุนป่วนหวั่นอีซีบี-เฟด

ดัชนีเอ็มเอสซีไอตลาดเกิดใหม่ปรับตัวลดลง 0.3% เมื่อวันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา หลังปรับขึ้นไป 1.3% ในช่วง 2 วันทำการที่ผ่านมา ขณะที่ดัชนียูโรสต๊อกซ์ เปิดตลาดเมื่อวานนี้ลดลง 0.7% จากความกังวลอีซีบีจะยุติมาตรการผ่อนคลาย

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากอีซีบีจะลดขนาดมาตรการซื้อคืนพันธบัตรเดือนละ 8 หมื่นล้านยูโร (ราว 3 ล้านล้านบาท) ก่อนยุติโครงการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) และแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด หลังเจฟเฟรย์ แลกเกอร์ ประธานเฟดสาขาริชมอนด์ และชาร์ลส์ อีแวนส์ ประธานเฟดสาขาชิคาโก เห็นตรงกันเฟดควรขึ้นดอกเบี้ย

อย่างไรก็ตาม ค่าเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้นใกล้ระดับสูงสุดรอบ 10 ปี เมื่อเทียบกับ 10 สกุลเงินหลัก จากแนวโน้มที่เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ย สวนทางกับความความกังวลต่อเบร็กซิตที่กดดันให้ค่าเงินปอนด์ยังคงอยู่ที่ระดับใกล้เคียงกับจุดต่ำสุดรอบ 31 ปี

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท