posttoday
คาดแบงก์ผู้ดีสูญกว่าล้านล.

คาดแบงก์ผู้ดีสูญกว่าล้านล.

06 ตุลาคม 2559

กูรูคาดเบร็กซิตทำภาคธนาคารเสียหายเกือบ 1.7 ล้านล้านบาท หากอังกฤษขอเข้าตลาดร่วมอียูไม่ได้

กูรูคาดเบร็กซิตทำภาคธนาคารเสียหายเกือบ 1.7 ล้านล้านบาท หากอังกฤษขอเข้าตลาดร่วมอียูไม่ได้

โอลิเวอร์ ไวแมน นักวิเคราะห์จากเดอะซิตี้ยูเค สถาบันให้บริการการเงินในอังกฤษ เปิดเผยว่า ภาวะฮาร์ดเบร็กซิต หรือการถอนตัวจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) ซึ่งทำให้อังกฤษต้องออกจากตลาดร่วมของอียู อาจสร้างความเสียหายให้กับภาคธนาคารอังกฤษและธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเกือบ 4 หมื่นล้านปอนด์ (ราว 1.7 ล้านล้านบาท) และมีแนวโน้มทำให้ภาคธนาคารอาจต้องปลดพนักงาน 7 หมื่นอัตรา รวมถึงรัฐบาลอังกฤษอาจเสียรายได้จากภาษี 1 หมื่นล้านปอนด์ (ราว 4.4 แสนล้านบาท) จากภาคธนาคาร

ทั้งนี้ รายงานคาดการณ์ถึงความเป็นไปได้ 2 ประการหลังเบร็กซิต คือหากอังกฤษยังสามารถเข้าถึงตลาดร่วมของอียูได้ ภาคธนาคารมีแนวโน้มปลดพนักงาน 4,000 อัตรา และสูญเสียรายได้ต่อปี 2,000 ล้านปอนด์ (ราว 8.8 หมื่นล้านบาท)ส่งผลให้รายได้จากภาษีของรัฐลดลง 500 ล้านปอนด์ (ราว 2.2 หมื่นล้านบาท)

ขณะที่หากอังกฤษเข้าถึงตลาดร่วมไม่ได้ ภาคธนาคารต้องเลิกจ้างพนักงาน 3.5 หมื่นอัตรา และเสียรายได้ต่อปี 2 หมื่นล้านปอนด์ (ราว 8.8 แสนล้านบาท) ทำให้รัฐบาลอังกฤษเสียรายได้จากภาษี 5,000 ล้านปอนด์ (ราว 2.2 แสนล้านบาท) ซึ่งเดอะซิตี้ยูเค ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวจะส่งผลต่อระบบการเงินในวงกว้างกว่า และอาจมีผลมากกว่าเบร็กซิตถึง 2 เท่า

ก่อนหน้านี้ แหล่งข่าวเกี่ยวข้องเปิดเผยกับบลูมเบิร์กว่า นายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ของอังกฤษ ปฏิเสธให้ความสำคัญลำดับแรกกับการปกป้องภาคธนาคารของอังกฤษหลังเบร็กซิต และไม่ยอมรับข้อเรียกร้องจากภาคธุรกิจในการทำข้อตกลงชั่วคราวกับอียู เพื่อให้กระบวนการออกจากอียูเป็นไปอย่างราบรื่น

ทั้งนี้ ตัวแทนจากธนาคารต่างๆ กำลังล็อบบี้เมย์และผู้นำอียู เพื่อให้ทำข้อตกลงชั่วคราวอนุญาตให้ธนาคารในอังกฤษสามารถให้บริการลูกค้าในยุโรปต่อ หลังเบร็กซิต ขณะที่ผู้บริหารสถาบันการเงินขนาดใหญ่หลายแห่งเปิดเผยว่า จะย้ายสำนักงานออกจากอังกฤษ หากอังกฤษไม่สามารถทำข้อตกลงดังกล่าวได้

วอลสตรีท เจอร์นัล รายงานว่า ธนาคารรายใหญ่ 5 แห่งของสหรัฐ ประกอบด้วย เจพี มอร์แกน แบงก์ออฟอเมริกา เวลส์ ฟาร์โก แบงก์ออฟนิวยอร์ก เมลลอน และ สเตท สตรีท ยื่นแผนปรับโครงสร้างธุรกิจรอบที่ 3 ต่อธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และสถาบันรับประกันเงินฝากของสหรัฐ (เอฟดีไอซี) เพื่อยืนยันว่าธนาคารสามารถรับมือภาวะวิกฤตทางการเงินได้ โดยไม่ต้องขอให้รัฐใช้เงินภาษีมาช่วยพยุงธุรกิจ

รายงานระบุว่า หากเฟดและเอฟดีไอซี พิจารณาว่าแผนการดังกล่าวไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ จะสามารถสั่งให้ธนาคารเพิ่มระดับการตั้งสำรองความเสี่ยง หรือบีบให้ขายธุรกิจ แต่ยังไม่มีการเปิดเผยระยะเวลาการพิจารณาแผนดังกล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท