posttoday
ข้อตกลงของ OPEC ช่วยพยุงราคาน้ำมันได้เพียงในระยะสั้น

ข้อตกลงของ OPEC ช่วยพยุงราคาน้ำมันได้เพียงในระยะสั้น

06 ตุลาคม 2559

เมื่อวันที่ 28 ก.ย. กลุ่ม OPEC ได้บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นในการลดโควตาการผลิตน้ำมันของกลุ่มเป็น 32.5 ล้านบาร์เรล/วัน จากระดับปัจจุบันในเดือน ส.ค. ที่ 33.7 ล้านบาร์เรล/วัน (ลดลงราว ลบ 3.5% หรือ ลบ 1.2 ล้านบาร์เรล/วัน) ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้กับตลาดค่อนข้างมาก เนื่องจากการเจรจาก่อนหน้านี้ได้ล้มเหลวมาอย่างต่อเนื่อง และกลุ่ม OPEC ก็ไม่สามารถตกลงเรื่องการกำหนดโควตาการผลิตน้ำมันมาตั้งแต่ปลายปี 2015

เมื่อวันที่ 28 ก.ย. กลุ่ม OPEC ได้บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นในการลดโควตาการผลิตน้ำมันของกลุ่มเป็น 32.5 ล้านบาร์เรล/วัน จากระดับปัจจุบันในเดือน ส.ค. ที่ 33.7 ล้านบาร์เรล/วัน (ลดลงราว ลบ 3.5% หรือ ลบ 1.2 ล้านบาร์เรล/วัน) ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้กับตลาดค่อนข้างมาก เนื่องจากการเจรจาก่อนหน้านี้ได้ล้มเหลวมาอย่างต่อเนื่อง และกลุ่ม OPEC ก็ไม่สามารถตกลงเรื่องการกำหนดโควตาการผลิตน้ำมันมาตั้งแต่ปลายปี 2015

ตลาดตอบรับในเชิงบวกต่อข่าวดังกล่าว โดยราคา Brent ปรับตัวขึ้นจากระดับประมาณ 46 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ก่อนการประชุมมายืนเหนือ 50 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลในปัจจุบัน

อย่างไรก็ดี ข้อตกลงดังกล่าวยังเป็นเพียงข้อตกลงเบื้องต้น และกลุ่ม OPEC ยังต้องหารือในรายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อกำหนดโควตาของแต่ละประเทศในการประชุมวันที่ 30 พ.ย.นี้ ซึ่งยังมีความเสี่ยงที่แต่ละประเทศจะไม่ยอมลดปริมาณการผลิตลงตามที่ตกลงกันไว้ โดยข้อมูลในอดีตชี้ว่าการบังคับใช้โควตาการผลิตน้ำมันของกลุ่ม OPEC นั้นค่อนข้างหละหลวม เช่น ในช่วงปี 2009-2015 กลุ่มประเทศ OPEC มีการผลิตน้ำมันเฉลี่ยสูงกว่าโควตาการผลิตที่กำหนดไว้ราว 4.5% ซึ่งหากในครั้งนี้ประเทศสมาชิกผลิตน้ำมันเกินกว่าโควตาเพียงแค่ 3.5% ก็จะส่งผลให้ปริมาณการผลิตน้ำมันไม่ได้ลดลงจากปัจจุบัน นอกจากนี้ หลายประเทศในกลุ่ม OPEC กำลังประสบปัญหาขาดดุลบัญชีเดินสะพัดอย่างหนัก ซึ่งจะเป็นแรงจูงใจให้แต่ละประเทศเร่งผลิตและส่งออกน้ำมัน เพื่อลดการขาดดุลดังกล่าว

นอกจากนั้น ราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นจากข้อตกลงดังกล่าว อาจส่งผลให้ผู้ผลิตน้ำมัน Shale Oil ในสหรัฐกลับมาสู่ตลาดได้เร็วกว่าคาด โดยเราเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของการผลิตน้ำมันในสหรัฐ จากจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันซึ่งเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากราว 300 แท่นในช่วงปลายเดือน มิ.ย. มาอยู่ที่ 418 แท่นในปัจจุบัน (เพิ่มขึ้นกว่า 30%)

การเพิ่มขึ้นของจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันในช่วงที่ผ่านมา ชี้ว่าระดับราคาน้ำมันที่ 40-50 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลนั้น สูงเพียงพอที่จะทำให้ผู้ผลิตน้ำมัน Shale Oil ในสหรัฐกลับมามีกำไรและเริ่มหันกลับมาลงทุนขุดเจาะน้ำมันเพิ่มขึ้น และทำให้ปริมาณการผลิตน้ำมัน ซึ่งมักเคลื่อนไหวตามหลังจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันอยู่ราว 3-4 เดือน มีแนวโน้มกลับมาเพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาส 4

ข้อตกลงลดโควตาการผลิตน้ำมันของ OPEC ซึ่งส่งผลบวกต่อราคาน้ำมันในระยะสั้น อาจส่งผลให้การลงทุนขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐกลับมาเร่งตัวขึ้น และทำให้ปริมาณการผลิตน้ำมันจากสหรัฐเพิ่มขึ้นมากกว่าคาด และกลับมากดดันราคาน้ำมันโลกในระยะยาว

โดยสรุปเราคาดว่าข้อตกลงของ OPEC จะช่วยพยุงราคาน้ำมันได้เพียงในระยะสั้น แต่ในระยะยาวความไม่แน่นอนในการบังคับใช้โควตา และแนวโน้มการเพิ่มการผลิตน้ำมันจากสหรัฐจะกดดันไม่ให้ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นได้มากนัก และยังคงคาดว่าราคาน้ำมัน WTI จะซื้อขายในกรอบ 40-50 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ในช่วงที่เหลือของปีนี้

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี