posttoday
เงินให้สินเชื่อ 7 เดือนพุ่ง ยอดฝากชะลอตัว

เงินให้สินเชื่อ 7 เดือนพุ่ง ยอดฝากชะลอตัว

24 สิงหาคม 2553

....ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้รวบรวมข้อมูลสภาพคล่องของระบบธนาคารพาณิชย์ไทยที่ประกอบด้วยธนาคารพาณิชย์ไทย 14 แห่ง ณ สิ้นเดือน ก.ค. 2553 เทียบกับสิ้นเดือนก่อนหน้า และสิ้นปี 2552 พร้อมประเมินแนวโน้มสภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ในระยะถัดไป

พบว่าทั้งสินเชื่อและเงินฝากลดลง โดย ณ สิ้นเดือน ก.ค. 2553 ยอดเงินให้สินเชื่อสุทธิ (หักค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ) ของ 14 ธนาคารพาณิชย์ไทย มีจำนวน 5.98 ล้านล้านบาท ลดลง 1.80 หมื่นล้านบาท จาก 5.99 ล้านล้านบาท ณ สิ้นเดือน มิ.ย. 2553 จากการลดลงของสินเชื่อในกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่เป็นหลัก ขณะที่สินเชื่อในกลุ่มธนาคารขนาดกลางและขนาดเล็กเพิ่มขึ้น

ยอดเงินฝากลดลง 3.58 หมื่นล้านบาท จาก 6.48 ล้านล้านบาท ณ สิ้นเดือน มิ.ย. มาอยู่ที่จำนวน 6.44 ล้านล้านบาท ณ สิ้นเดือน ก.ค. ตามการลดลงของเงินฝากในกลุ่มธนาคารขนาดกลางและขนาดเล็ก ซึ่งสวนทางกับเงินฝากในกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย

สินทรัพย์สภาพคล่องในงบดุลของธนาคารพาณิชย์ไทย (รวมเงินสด และเงินลงทุนสุทธิในตลาดเงินระยะสั้น ซึ่งเป็นสินทรัพย์สภาพคล่องในความหมายแคบ) ลดลงจากเดือนก่อนเช่นกัน โดย ณ สิ้นเดือน ก.ค. 2553 สภาพคล่องดังกล่าวมีจำนวน 6.22 แสนล้านบาท ปรับลดลงจำนวน 3.70 หมื่นล้านบาท จาก 6.59 แสนล้านบาท ณ สิ้นเดือน มิ.ย. 2553 อันเป็นผลจากการลดลงในองค์ประกอบทั้งเงินลงทุนสุทธิในตลาดเงินระยะสั้นและเงินสด

ทั้งนี้ การลดลงของสภาพคล่องในความหมายแคบดังกล่าว เกิดขึ้นในกลุ่มธนาคารขนาดกลางและขนาดเล็ก ขณะที่สภาพคล่องในกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่เพิ่มขึ้น

โดยในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2553 เงินให้สินเชื่อสุทธิ (หักค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ) เพิ่มขึ้น 1.94 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโต 3.36% จาก ณ สิ้นปี 2552 ขณะที่เงินฝากลดลง 6.16 หมื่นล้านบาท หรือหดตัวลง 0.95% จาก ณ สิ้นปี 2552

สภาพคล่องตามความหมายแคบลดลงเช่นกัน โดยในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2553 สภาพคล่องดังกล่าวลดลง 1.53 แสนล้านบาท จากระดับ 7.75 แสนล้านบาท ณ สิ้นปี 2552 ในขณะที่สภาพคล่องตามความหมายที่กว้างขึ้น (สภาพคล่องตามความหมายแคบ รวมเงินลงทุนสุทธิในหลักทรัพย์) ลดลงเช่นกันประมาณ 5.08 หมื่นล้านบาท จากระดับ 2.12 ล้านล้านบาท ณ สิ้นปี 2552 มาอยู่ที่ประมาณ 2.07 ล้านล้านบาท ณ สิ้นเดือน ก.ค. 2553

โดยสรุป ณ สิ้นเดือน ก.ค. 2553 ยอดคงค้างเงินให้สินเชื่อสุทธิที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับ ณ สิ้นปี 2552 สวนทางกับยอดเงินฝากที่ลดลง ยังคงสะท้อนภาพการปรับตัวลดลงของสภาพคล่องที่ธนาคารพาณิชย์ไทยในช่วง 7 เดือนแรกของปีที่ผ่านมา สอดคล้องกับตัวเลขสินทรัพย์สภาพคล่องสุทธิในงบดุลที่ปรับลดลงเช่นกัน

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า การลดลงของสภาพคล่องดังกล่าว บ่งชี้ถึงพัฒนาการทางเศรษฐกิจไทยที่ยังคงสามารถรักษาแรงส่งของการขยายตัวไว้ได้อย่างต่อเนื่อง และแม้ว่าการเติบโตของสินเชื่อในเดือน ก.ค. 2553 จะเริ่มสะดุดหรือปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้า แต่ก็อาจจะเป็นการชะลอตัวลงเพียงระยะสั้นที่ไม่น่าจะมีผลเปลี่ยนแปลงภาพรวมสินเชื่อทั้งปีนี้ที่ยังมีแนวโน้มขยายตัวได้ดี (โดยล่าสุด สินเชื่อสุทธิ ณ สิ้นเดือน ก.ค. 2553 ขยายตัวแล้วประมาณ 6.85% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน)

ขณะที่ในระยะที่เหลือของปีนี้ คาดว่าการแข่งขันในตลาดสินเชื่อน่าจะมีแนวโน้มเข้มข้นมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อย่างเข้าสู่ปลายปีที่ธนาคารพาณิชย์แต่ละแห่งจะเร่งขยายสินเชื่อเพื่อให้ได้ตามเป้าหมายทั้งปีที่วางไว้ (ด้วยอัตราการเติบโตเกือบสองหลัก) ถึงแม้ว่าวัฏจักรขาขึ้นของอัตราดอกเบี้ยที่เริ่มต้นขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้บ้างก็ตาม โดยสินเชื่อที่น่าจะยังมีแนวโน้มเติบโตในอัตราที่น่าพอใจ คงจะได้แก่ สินเชื่อที่เชื่อมโยงไปกับการขยายตัวของเศรษฐกิจทั้งในประเทศและประเทศคู่ค้าสำคัญ สินเชื่อในภาคธุรกิจที่ได้รับผลบวกจากความเสี่ยงทางการเมืองที่ลดระดับลง รวมถึงที่ได้รับอานิสงส์จากนโยบายและการใช้จ่ายของภาครัฐ

ในด้านเงินฝากนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า การปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยในระบบที่ยังมีโอกาสเกิดขึ้นอีกอย่างค่อยเป็นค่อยไปในระยะที่เหลือของปีนี้

ประกอบกับการที่ธนาคารพาณิชย์ยังคงนำเสนอผลิตภัณฑ์เงินออมพิเศษที่ให้ผลตอบแทนจูงใจออกมาอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาฐานลูกค้า น่าจะทำให้เงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์ไทยชะลอการปรับลดลงหรืออาจกลับมาปรับเพิ่มขึ้นได้ในระยะถัดไป ถึงแม้ว่าการระดมเงินฝากจะยังคงมีแนวโน้มต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงต่อเนื่องจากผลิตภัณฑ์การออมประเภทอื่น อาทิ กองทุนรวมและตั๋วแลกเงินก็ตาม ทั้งนี้จากภาพแนวโน้มสินเชื่อและเงินฝากดังกล่าว ทำให้คาดว่าแม้สภาพคล่องจะมีแนวโน้มลดลงในปีนี้ แต่โดยสุทธิแล้ว ระดับสภาพคล่องที่ยังสูง (ประมาณ 6.22 แสนล้านบาท ตามความหมายแคบ และประมาณ 2.07 ล้านล้านบาท ตามความหมายกว้าง ณ สิ้นเดือน ก.ค. 2553) ก็ยังคงเป็นระดับที่เพียงพอสำหรับรองรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจในระยะที่เหลือของปีนี้

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี