
ดีเดย์สิ้นปีส่งออกไก่ไปเกาหลี
“พล.อ.ฉัตรชัย” เตรียมหารือเกาหลีใต้อีกรอบ ปลดล็อกเปิดตลาดส่งออกไก่สดไทยปลายปีนี้
“พล.อ.ฉัตรชัย” เตรียมหารือเกาหลีใต้อีกรอบ ปลดล็อกเปิดตลาดส่งออกไก่สดไทยปลายปีนี้
พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยความคืบหน้าการเปิดตลาดส่งออกไก่สดแช่เย็นและแช่แข็งจากไทยไปยังสาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) ว่า เบื้องต้นทางเกาหลีใต้ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่มาทำการตรวจรับรองผู้ประกอบการส่งออกไก่สดแช่เย็นและแช่แข็งไทยจำนวน 50 โรงงานแล้ว ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายในการพิจารณาเปิดตลาดส่งออกไก่สดแช่เย็นและแช่แข็งไปยังเกาหลีใต้
“วันที่ 5 ต.ค.นี้ จะมีโอกาสได้หารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร อาหาร และกิจการชนบทของเกาหลีใต้อีกครั้ง ที่ประเทศสิงคโปร์ เพื่อติดตามความคืบหน้าในการเปิดตลาดส่งออกไก่สดแช่เย็น ซึ่งดูแล้วไทยน่าจะสามารถส่งออกไก่สดแช่เย็นล็อตแรกเข้าไปยังเกาหลีใต้ได้ช่วงปลายปีนี้” พล.อ.ฉัตรชัย กล่าว
ทั้งนี้ ในปี 2558 ปริมาณความต้องการบริโภคไก่ในสาธารณรัฐเกาหลีอยู่ที่ 8.64 แสนตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1.5% โดยจะเป็นการบริโภคไก่ที่ผลิตได้ในประเทศจำนวนประมาณ 7.49 แสนตัน คิดเป็น 87% และไก่นำเข้าประมาณ 1.15 แสนตัน หรือคิดเป็นเพียง 13% ส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าจากบราซิลและสหรัฐ
อย่างไรก็ดี เกาหลีใต้ได้หยุดการนำเข้าไก่สดแช่เย็นและแช่แข็งจากไทยไปตั้งแต่ปี 2547 ที่มีปัญหาการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดนก จึงเป็นโอกาสดีของผู้ประกอบการส่งออกไก่สดแช่เย็นและแช่แข็งของไทยที่จะกลับมาส่งออกในตลาดเกาหลีใต้อีกครั้งในรอบหลายปีที่ผ่านมา
พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า ในด้านของปริมาณการส่งออกไก่สดแช่เย็นและแช่แข็งของไทยไปยังเกาหลีใต้ล็อตแรกนั้นยังไม่ทราบปริมาณที่แน่ชัด รวมทั้งยังไม่มีการหารือกันว่าจะมีการกำหนดโควตาการนำเข้าไก่สดแช่เย็นแช่แข็งจากไทยหรือไม่ ซึ่งเดิมก่อนหน้านี้ผู้ประกอบการส่งออกไทยส่งออกไก่สดแช่เย็นและแช่แข็งเข้าไปยังตลาดเกาหลีใต้ประมาณปีละ 3-4 หมื่นตัน
ด้าน น.ส.ดุจเดือน ศศะนาวิน เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) กล่าวว่า ขณะนี้ได้รับการถ่ายโอนภารกิจตรวจสอบสินค้าเกษตรและอาหารนำเข้าจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ตามพิกัดศุลกากร 7 พิกัด ครอบคลุมสินค้ารวม 338 รายการ โดยในระยะแรกนี้เจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตรฯ จะตรวจสอบสินค้าในฐานะพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.อาหาร 2522 ก่อน อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันกระทรวง เกษตรฯ และกระทรวงสาธารณสุขอยู่ระหว่างเร่งผลักดันให้มีการปรับแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ พ.ร.บ.มาตรฐานสินค้าเกษตร 2551 และ พ.ร.บ.อาหาร 2522 ให้มีความชัดเจนและเป็นเอกภาพในการบริหารจัดการสินค้าเกษตรและอาหารนำเข้าทั้งระบบต่อไป







