posttoday
เครือสหพัฒน์ปักธงยุค5.0 ใช้หุ่นยนต์รับค้าไร้พรมแดน

เครือสหพัฒน์ปักธงยุค5.0 ใช้หุ่นยนต์รับค้าไร้พรมแดน

04 ตุลาคม 2559

โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย

โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย

เวลานี้จะเห็นว่า ภาคเอกชนหลายบริษัทเริ่มนำหุ่นยนต์มาใช้ในธุรกิจเพิ่มขึ้น เป็นการดำเนินธุรกิจเข้าสู่ยุค 5.0 โลกแห่งอนาคต ถือเป็นการปรับตัวรับกับเทคโนโลยีล้ำหน้านโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการผลักดันภาพธุรกิจไทยเพื่อก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0  

บุญเกียรติ โชควัฒนา ประธานกรรมการ บริษัท ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าแฟชั่นในเครือสหพัฒน์ เปิดเผยว่า บริษัทลงทุนเกือบ 100 ล้านบาท นำหุ่นยนต์บริการการขายภายใต้ชื่อดินสอ จำนวนไม่ต่ำกว่า 100 ตัว มาใช้จำหน่ายสินค้า 3 แบรนด์ ได้แก่ สินค้าแฟชั่นแอร์โรว์ เครื่องสำอางบีเอสซี และชุดชั้นในวาโก้ ซึ่งการนำหุ่นยนต์มาใช้ในธุรกิจถือว่าเข้าสู่ยุค 5.0 โลกของอนาคต 

ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทมีช็อปทุกแบรนด์ 200 สาขา สามารถนำหุ่นยนต์ตัวใหญ่ไปใช้งานได้ เดือน พ.ย.-ธ.ค. จะเริ่มนำหุ่นยนต์บริการการขายมาใช้ 20 ตัว สำหรับสองแบรนด์ คือ หุ่นยนต์ตัวใหญ่แบรนด์แอร์โรว์ แนะนำการขาย ทำโปรโมชั่น รับชำระเงินบัตรเครดิต สามารถพูดได้ 5 ภาษา ได้แก่ ไทย อังกฤษ จีน ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส อีกทั้งสามารถใส่โปรแกรมภาษาในอาเซียนเพิ่มเติมได้ รองรับกับนักท่องเที่ยว

นอกจากนี้ ยังจดจำใบหน้าโดยบันทึกไว้ในฐานข้อมูลประวัติลูกค้าเชื่อมโยงกับบัตรฮีสแอนด์เฮอร์ นำมาบริการสาขาแรก ที่ เทอมินอล 21 จากการมีฐานลูกค้าเป็นนักท่องเที่ยว 80% ส่วนหุ่นยนต์ตัวเล็กมาใช้บริการขายเครื่องสำอางบีเอสซี สามารถสาธิตการแต่งหน้า ข้อดีของหุ่นยนต์ช่วยบริหารสต๊อกสินค้า อย่างไรก็ตามไม่มีเป้าหมายนำหุ่นยนต์มาใช้แทนมนุษย์ จากปัจจุบันบริษัทมีพนักงานขาย 6,000 คน

“บริษัทได้ปรับช่องทางจำหน่ายออฟไลน์เชื่อมโยงกับออนไลน์ ให้ลูกค้าสามารถสั่งซื้อสินค้าผ่านระบบออนไลน์ของดินสอ เชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์และส่งตรงถึงบ้าน ถือเป็นหุ่นยนต์บริการขายตัวแรกของโลกเพื่อเข้ามาสร้างสีสันในช็อป ส่วนกำลังซื้อเศรษฐกิจไตรมาส 4 เริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัว แต่มองว่ารัฐบาลควรมีมาตรการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยในกลุ่มสินค้าแฟชั่น อาทิ มาตรการลดหย่อนภาษี”

สำหรับรายได้บริษัททั้งปีโต 1-2% จากปีที่ผ่านมา 1.3 หมื่นล้านบาท โดยรายได้ 9 เดือนไม่โต แต่กำไร 6 เดือน 600 ล้านบาท คาดว่าทั้งปีกำไรแตะ 1,000 ล้านบาท มาจากแบรนด์บีเอสซี วาโก้ และลาคอสต์เติบโต

เฉลิมพล ปุณโณทก ประธานกรรมการ บริษัท ซีที เอเชีย โรโบติกส์ ผู้สร้างหุ่นยนต์ กล่าวว่า ธุรกิจไทยเริ่มใช้หุ่นยนต์แทนการใช้คนมากขึ้น มีด้วยกัน 4 ธุรกิจ ได้แก่ งานอีเวนต์ ธุรกิจอาหาร พนักงานขาย และบริษัทกำลังอยู่ระหว่างพัฒนาหุ่นยนต์สำหรับดูแลผู้สูงอายุ 500 ตัวให้กับโรงพยาบาล 3 แห่ง ได้แก่ จุฬาลงกรณ์  พญาไท กล้วยน้ำไท จะส่งมอบให้กับโรงพยาบาลไม่เกินสิ้นปี ซึ่งผู้สูงอายุเป็นตลาดใหญ่ในไทย อีก 5 ปีมีประชากร 8-10 ล้านคน โดยบริษัทใช้งบ 100 ล้านบาท การวิจัยและพัฒนาฟังก์ชั่นรองรับตลาด  

อย่างไรก็ดี การนำหุ่นยนต์มาใช้เหมาะกับอุตสาหกรรมต้องทำงานซ้ำๆ เช่น อุตสาหกรรมรถยนต์เริ่มมีการนำหุ่นยนต์มาใช้งาน อรุณ เรืองจรุงพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยสเตนเลสสตีล ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องครัวซีกัล กล่าวว่า อีก 5 ปีข้างหน้าบริษัทนำหุ่นยนต์มาใช้ในโรงงานผลิตสเตนเลสสตีล เพิ่มจาก 10 ตัวในปัจจุบันเป็น 30-40 ตัว โดยใช้งบลงทุน 2-10 ล้านบาท/ตัว เพื่อก้าวสู่อุตสาหกรรม 5.0 เพราะมองว่าอนาคตแรงงานคนจะเริ่มหายาก รับกับแนวทางปรับค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท เป็น 360 บาท/วัน     

ด้าน ฤทธิ์ ธีระโกเมน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป กล่าวว่า โลกยุคใหม่ผู้บริโภคต้องการความสะดวก เอ็มเคสุกี้ได้เริ่มทดลองนำหุ่นยนต์บริการเสิร์ฟอาหารมาบริการจำนวน 10 ตัว มาคอยต้อนรับและร้องเพลงอวยพรวันเกิด เวียนไปตามสาขาของ MK กว่า 450 สาขาทั่วประเทศตั้งแต่เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา

โลกมีการเชื่อมต่อกันอย่างไร้พรมแดนในทุกมิติ ย่อมเกิดการแข่งขันกันสูงขึ้นเรื่อยๆ ธุรกิจต้องปรับตัวนำหุ่นยนต์เข้ามาทำงานร่วมกับมนุษย์ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันนั่นเอง

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ