
ค้าปลีกมาเลย์โต3.5%
สคต.ชี้ธุรกิจค้าปลีกมาเลเซียปีนี้ขยายตัว 3.5% อานิสงส์ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ เงินเดือนราชการดันกำลังซื้อเพิ่มสูงขึ้น บวกเกมโปเกมอน โก ดึงคนเข้าห้างใช้จ่าย
สคต.ชี้ธุรกิจค้าปลีกมาเลเซียปีนี้ขยายตัว 3.5% อานิสงส์ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ เงินเดือนราชการดันกำลังซื้อเพิ่มสูงขึ้น บวกเกมโปเกมอน โก ดึงคนเข้าห้างใช้จ่าย
น.ส.พัดชา วุฒิพันธุ์ อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายการพาณิชย์) สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย กล่าวว่า กลุ่มธุรกิจค้าปลีกของมาเลเซียปี 2559 จะขยายตัว 3.5% หรือมีมูลค่ารวม 9.95 หมื่นล้านริงกิต จากอานิสงส์การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา รวมทั้งการปรับขึ้นเงินเดือนขั้นต่ำของข้าราชการในมาเลเซียที่ปรับขึ้นอีก 1,200 ริงกิต ส่งผลให้ผู้บริโภคชาวมาเลเซียมีกำลังซื้อเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงาน
นอกจากนี้ จากกระแสการเปิดตัวของเกมโปเกมอน โก ก็เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยดึงดูดลูกค้ากลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงานให้เข้ามายังศูนย์การค้า ร้านค้าปลีกสมัยใหม่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะในร้านอาหารและเครื่องดื่มที่ตั้งอยู่ใกล้จุดโปเก สต็อป ส่งผลให้พื้นที่บริเวณเหล่านั้นมีกลุ่มลูกค้ามาใช้บริการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มมากขึ้น จากปกติจะมีลูกค้ามากเฉพาะช่วงเทศกาลหรือช่วงปิดภาคเรียน
ทั้งนี้ คาดว่าธุรกิจค้าปลีกมาเลเซียในไตรมาส 3 ปีนี้ จะขยายตัว 5.9% และคาดว่าในช่วงไตรมาส 4 จะมีการขยายตัว 5.5% มากกว่าอัตราการเติบโตในช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขยายตัวเพิ่ม 1.3% เท่านั้น ขณะที่ธุรกิจค้าปลีกสินค้าแฟชั่นคาดจะชะลอตัวลง โดยในไตรมาส 3 ปีนี้จะขยายตัวเพียง 0.2% ส่วนธุรกิจค้าปลีกยาและผลิตภัณฑ์ดูแลตัวเองคาดว่าจะขยายตัวมากถึง 13.4%
สำหรับยอดขายในส่วนของสินค้าแฟชั่นที่ชะลอตัวนั้น สคต.มาเลเซีย มองว่า ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง และเป็นผลมาจากรูปแบบธุรกิจค้าปลีกในมาเลเซียที่มีการเปลี่ยนแปลงไปสู่การซื้อขายในระบบตลาดอิเล็กทรอนิกส์ (อี-คอมเมิร์ซ) โดยผู้ประกอบการไทยที่สนใจจะส่งออกสินค้าหรือขยายธุรกิจเข้ามายังตลาดมาเลเซียเพิ่มขึ้น ควรศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคและช่องทางการตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปของมาเลเซียเพื่อจะได้เลือกช่องทางตลาดที่เหมาะสมในการเข้าสู่ตลาด
“ช่องทางการตลาดที่น่าสนใจและเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น คือ อี-คอมเมิร์ซ จากปัจจุบันมาเลเซียมีจำนวนผู้เข้าถึงอินเทอร์เน็ตและผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียอย่างเฟซบุ๊กเพิ่มขึ้นมาก” น.ส.พัดชา กล่าว







