
ดอยช์แบงก์กับค่าปรับ 5 แสนล้านบาท
โดย...จิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์
โดย...จิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์
กระทรวงยุติธรรมของสหรัฐ เพิ่งมีการเรียกร้องค่าเสียหายจากดอยช์แบงก์ด้วยข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการขายที่ไม่เหมาะสม (Mis-selling) สำหรับผลิตภัณฑ์ทางการเงินจำพวกหุ้นกู้ที่มีสินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็นประกัน (Mortgage-backed Securities) เป็นมูลค่าถึง 1.4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือเกือบ 5 แสนล้านบาท ซึ่งเท่ากับ 80% ของมูลค่าหุ้นในตลาดของดอยช์แบงก์เลยทีเดียว
โดยถ้าในที่สุดแล้ว ดอยช์แบงก์จำเป็นต้องจ่ายค่าปรับจำนวนมหาศาลก้อนนี้ ก็อาจจะทำให้ธนาคารประสบภาวะล้มละลาย และส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปยังเศรษฐกิจของเยอรมนี ทั้งในแง่ของผู้ถือหุ้นดอยช์แบงก์ ซึ่ง 56% เป็นชาวเยอรมันที่จำเป็นจะต้องมีส่วนร่วมในการแบกรับความเสียหาย
เนื่องจากรัฐบาลเยอรมนีมีทีท่าที่จะไม่อุ้มดอยช์แบงก์เหมือนกรณีที่สหรัฐตัดสินใจปล่อยให้เลห์แมน บราเธอร์ส ล้มละลายในปี 2551 รวมถึงธุรกิจต่างๆ ที่กู้ยืมเงินจากทางดอยช์แบงก์ก็อาจจะถูกยกเลิกวงเงินกู้ ส่งผลให้ประสบปัญหาสภาพคล่องในการทำธุรกิจ และอาจจะต้องปิดกิจการไปในที่สุด สุดท้ายแล้วสถานการณ์ดังกล่าวอาจนำไปสู่วิกฤตเศรษฐกิจของเยอรมนีก็เป็นได้
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขค่าปรับดังกล่าวเป็นเพียงข้อเสนอแรกของทางการสหรัฐ ซึ่งยังต้องมีการเจรจาต่อรองกันพอสมควร โดยถ้าดูกรณีของโกลด์แมน แซคส์ ซึ่งถูกข้อกล่าวหาในลักษณะเดียวกัน ก็สามารถเจรจาลดค่าปรับที่ทางการสหรัฐเรียกร้องในตอนเริ่มต้นที่ 1.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ไปยุติที่เพียง 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ดังนั้นทนายความของดอยช์แบงก์จึงเชื่อว่าในที่สุดตัวเลขค่าปรับสุดท้ายน่าจะจบที่ประมาณ 2,000-3,000 ล้านเหรียญสหรัฐเท่านั้น
นอกจากนี้ ดอยช์แบงก์เองก็มีการเตรียมการโดยการขายหุ้นในบริษัทประกันชีวิต Abbey มูลค่ากว่า 1,000 ล้านยูโร เพื่อรองรับการจ่ายค่าปรับในครั้งนี้ โดยทางธนาคารเองยังมีสินทรัพย์ที่พร้อมขายอีกมาก ด้านรัฐบาลเยอรมนีก็เตรียมแผนรับมือกรณีเลวร้ายสุดไว้ผ่านการควบรวมกิจการกับคอมเมิร์ซแบงก์ซึ่งรัฐบาลถือหุ้นอยู่ จึงทำให้ความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับการล้มละลายของดอยช์แบงก์ดูจะเกินจริงไปพอควร
ปัญหาที่แท้จริงของภาคธนาคารยุโรปคงหนีไม่พ้นเรื่องหนี้เสียโดยเฉพาะของธนาคารอิตาลี รวมถึงดอกเบี้ยติดลบที่ส่งผลร้ายโดยตรงต่อรายได้ของภาคธุรกิจธนาคารในยุโรป ซึ่งปัญหาเหล่านี้มีโอกาสก่อให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจยุโรปได้มากกว่าปัญหาค่าปรับของดอยช์แบงก์เสียอีก







