
เรื่องจากแดนไกล ที่ต้องสนใจ
โดย...บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย
โดย...บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย
เสร็จสิ้นไปแล้วการดีเบตรอบแรกระหว่าง ฮิลลารี คลินตัน และ โดนัลด์ ทรัมป์ สองผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ เมื่อวันที่ 27 ก.ย. มีการโต้ตอบกันในเรื่องนโยบายต่างๆ พูดกระทบกระทั่งและโจมตีจุดอ่อนกันพอสมควร ซึ่งฮิลลารี ตอบคำถามและรับมือได้ดี ส่วนทรัมป์มีหลายครั้งที่ต้องใช้เวลาตอบ หลายจังหวะใช้ท่าทีที่ก้าวร้าว
หลังการดีเบต ผลสำรวจจาก CNN Poll ให้ ฮิลลารี เป็นผู้ชนะ 62% ส่วนทรัมป์ได้ไป 27% ถือว่าไม่ค้านสายตาคน ทั้งนี้ ผลสำรวจโอกาสในการชนะเลือกตั้ง บลูมเบิร์กได้ค่าเฉลี่ยเป็น ฮิลลารี 46.7% และ ทรัมป์ 44.3%
ทั้งนี้ ความแตกต่างเชิงนโยบายของทั้งสองพรรคที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ แบ่งได้เป็น 4 ส่วนด้วยกัน คือ
ด้านภาษี ฮิลลารี ต้องการขยายฐานภาษี ลดความเหลื่อมล้ำเพิ่มรายได้ให้รัฐ ส่วน ทรัมป์ ลดภาษีผู้ประกอบธุรกิจสนับสนุนการลงทุนเพื่อดึงเม็ดเงินกลับเข้าประเทศ
ด้านเชื้อชาติ ฮิลลารี เพิ่มโควตากรีนการ์ดเปิดกว้างแรงงานต่างชาติ ปรับแก้กฎหมายเกี่ยวกับเชื้อชาติสำหรับคนต่างด้าวที่ลักลอบเข้าเมือง ทรัมป์ จำกัดผู้อพยพเข้าประเทศ
ด้านข้อตกลงการค้า ฮิลลารี ยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (TPP) ส่วนทรัมป์คัดค้าน TPP สุดตัว และแสดงจุดยืนไม่พอใจจีนที่เกินดุลการค้ากับสหรัฐ
ด้านระบบสุขภาพ ฮิลลารี เพิ่มเงินอุดหนุน Affordable Care Act (ACA) ที่มีอายุมากกว่าหรือเท่ากับ 55 ปีต้องเข้าสู่โครงการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยในด้านการรักษาพยาบาล ส่วน ทรัมป์ ยกเลิก ACA และใช้มาตรการลดหย่อนสำหรับผู้ซื้อประกันสุขภาพ
มองการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 พ.ย.นี้ จะเป็นประเด็นใหญ่ต่อการลงทุนและการเคลื่อนย้ายกระแสเงิน โดยเฉพาะในช่วงใกล้วันลงคะแนน หากผลสำรวจชี้ให้ทรัมป์ชนะ น่าจะทำให้กระแสเงินไหลเข้าเก็งกำไรใน US Dollar กระทบสกุลอื่นๆ ซึ่ง Emerging Market มีสิทธิที่จะโดนหนัก เงินน่าจะไหลออกรุนแรง ถือเป็นความเสี่ยงต่อตลาด โดยก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง 8 พ.ย. ยังมีการดีเบตที่ต้องติดตามอีก 2 ครั้ง คือวันที่ 9 และ 19 ต.ค. 2559







