
กลต.เคลียร์โบรกเกอร์ พรบ.หลักทรัพย์ใหม่
สํานักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เดินสายให้ความรู้และทำความเข้าใจกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรื่อง พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฉบับแก้ไขใหม่ จะมีผลบังคับใช้ในเร็วๆ นี้ โดยเมื่อวันที่ 27 ก.ย.ที่ผ่านมา ศักรินทร์ ร่วมรังษี ผู้ช่วยเลขาธิการ ได้ตอบข้อสงสัย สร้างความเข้าใจกับบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ส่วนใหญ่ได้ซักถามเรื่องการทำหน้าที่ของนักวิเคราะห์ รวมถึงการส่งคำสั่งซื้อขาย เพราะบางบริษัทหลักทรัพย์มีโปรแกรมในการส่งคำสั่งซื้อขายด้วยระบบ DMA ซึ่งในกฎหมายใหม่กำหนดไว้ชัดเจนว่าใครเข้าไปทำให้ระบบการซื้อขายหยุดชะงักหรือส่งคำสั่งที่ไม่เหมาะสมถือว่าผิด
สํานักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เดินสายให้ความรู้และทำความเข้าใจกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรื่อง พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฉบับแก้ไขใหม่ จะมีผลบังคับใช้ในเร็วๆ นี้ โดยเมื่อวันที่ 27 ก.ย.ที่ผ่านมา ศักรินทร์ ร่วมรังษี ผู้ช่วยเลขาธิการ ได้ตอบข้อสงสัย สร้างความเข้าใจกับบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ส่วนใหญ่ได้ซักถามเรื่องการทำหน้าที่ของนักวิเคราะห์ รวมถึงการส่งคำสั่งซื้อขาย เพราะบางบริษัทหลักทรัพย์มีโปรแกรมในการส่งคำสั่งซื้อขายด้วยระบบ DMA ซึ่งในกฎหมายใหม่กำหนดไว้ชัดเจนว่าใครเข้าไปทำให้ระบบการซื้อขายหยุดชะงักหรือส่งคำสั่งที่ไม่เหมาะสมถือว่าผิด
ภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์กล่าวภายหลังรับฟังการชี้แจงว่า มีความเข้าใจชัดเจนขึ้นและรู้เจตนารมณ์ของกฎหมายฉบับแก้ไข คาดว่าก่อนจะนำมาใช้ สำนักงาน ก.ล.ต.จะออกคู่มือว่าอะไรที่ทำได้ ทำไม่ได้ น่าจะเป็นแนวทางในการทำงานได้ เชื่อว่าการบังคับใช้กฎหมายจะมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ ก่อนที่กฎหมายใหม่จะนำมาใช้ เกิดความกังวลและตื่นตระหนกในวงการนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ เพราะเกรงว่าการเขียนในบทวิเคราะห์บางประเด็นอาจจะผิดกฎหมายที่มีบทลงโทษหนักทางอาญา สำนักงาน ก.ล.ต.จึงได้สรุปคำถาม-คำตอบส่วนหนึ่ง จากการหารือโบรกเกอร์
1.นักวิเคราะห์ได้ข้อมูลมาแต่ไม่ตรวจสอบความถูกต้อง หากใส่ในบทวิเคราะห์มีความผิดหรือไม่
กฎหมายกำหนดว่า การให้ข้อมูลต่อสาธารณะต้องไม่เป็นเท็จ หรือเป็นข้อมูลที่อาจก่อให้เกิดความสำคัญผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับฐานะการเงิน ผลการดำเนินงาน ราคาซื้อขาย หรือข้อมูลอื่นใดเกี่ยวกับบริษัทจดทะเบียน (บจ.) โดยผู้ให้ข้อมูลรู้ว่าข้อมูลดังกล่าวมีผลกระทบต่อราคาหุ้นหรือต่อการตัดสินใจของผู้ลงทุน หากเป็นคำแนะนำจากนักวิเคราะห์ต้องเป็นข้อมูลที่ผ่านการจัดทำจากข้อมูลที่ถูกต้องโดยยึดตามมาตรฐานวิชาชีพ ถ้าต้องการวิเคราะห์คาดการณ์อนาคต ยังสามารถทำได้เพียงแต่ผู้ที่จะทำจะต้องไม่นำข้อมูลที่รู้ว่าเท็จหรือไม่ครบถ้วนมาใช้วิเคราะห์คาดการณ์ ต้องไม่เข้าข่ายละเลยที่จะพิจารณาว่าข้อมูลนั้นถูกต้องหรือไม่ และต้องไม่พยายามบิดเบือนข้อมูล
2.ใครครอบครองข้อมูลภายในและนำไปซื้อขายหรือบอกกล่าว โดยรู้ว่าจะถูกนำไปซื้อขาย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้ใกล้ชิด อินไซเดอร์ บุพการี พี่น้อง และบุตรจะมีความผิดใช่หรือไม่
หลักเรื่องอินไซเดอร์เทรดดิ้งอยู่ในกฎหมายปัจจุบันอยู่แล้ว และมีใช้ในนานาประเทศทั่วโลก กฎหมายใหม่ เน้นที่การคุ้มครองข้อมูลที่เป็นข้อมูลภายในให้ไปถึงผู้ลงทุนทั่วไปอย่างเท่าเทียม โดยกำหนดให้ผู้รู้หรือครอบครองข้อมูลภายใน และนำไปใช้หาประโยชน์หรือเอาไปบอกคนอื่น ซึ่งควรรู้ว่าคนอื่นนั้นอาจนำไปหาประโยชน์ เป็นความผิดโดยมีบทสันนิษฐานบุคคล (ม.243) ว่าเป็นผู้รู้หรือครอบครองข้อมูลภายในและหากนำไปหาประโยชน์หรือเอาไปบอกคนอื่น อาจเป็นความผิด ซึ่งผลคือหากบุคคล/นิติบุคคลกลุ่มนี้ถูกตรวจสอบ ก็จะต้องเป็นฝ่ายพิสูจน์หักล้างว่า ไม่ได้ใช้ข้อมูลภายใน
นอกจากนี้ ยังมีบทสันนิษฐานบุคคล (ม.244) ในกลุ่มบุคคลที่ใกล้ชิดที่ห่างออกไปอีกชั้นหนึ่งหากกลุ่มนี้มีการซื้อขายที่ผิดไปจากปกติของตน ก็จะถูกสันนิษฐานว่าใช้ข้อมูลภายใน ทำให้ต้องเป็นฝ่ายพิสูจน์หักล้าง
3.ผู้ที่ไม่ได้เป็นนักวิเคราะห์แต่ทำตัวเป็นกูรูหุ้นออกทีวี วิทยุ เฟซบุ๊ก จะมีโทษหรือไม่
กฎหมายใหม่ครอบคลุมทุกคน หากเข้าข่ายบอกกล่าว เผยแพร่ หรือให้คำรับรองข้อความอันเป็นเท็จหรือข้อความอันอาจก่อให้เกิดความสำคัญผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับฐานะการเงิน ผลดำเนินงาน ราคา ก็จะมีความผิดตามกฎหมาย (ม.240) กรณีวิเคราะห์คาดการณ์ กฎหมายใหม่ครอบคลุมทุกคนที่กระทำตามนัยใน ม.241 เช่นกัน
4.ละเลยการพิจารณาความถูกต้องครอบคลุมอะไรบ้าง
ใช้ข้อมูลในหนังสือพิมพ์ได้หรือไม่ ไม่ว่าจะมีกฎหมายใหม่หรือไม่ แหล่งข้อมูลที่นักวิเคราะห์ใช้ต้องมาจากแหล่งอ้างอิงที่เชื่อถือได้ ปัจจุบัน บล.กำหนดให้นักวิเคราะห์ต้องปฏิบัติ และสมาคมนักวิเคราะห์ก็กำหนดในมาตรฐานวิชาชีพไว้อยู่แล้ว กฎหมายใหม่กำหนดความรับผิดของผู้กระทำเพื่อให้ข้อมูลที่เผยแพร่ต่อผู้ลงทุนในตลาดทุนมีคุณภาพ และมิได้ทำให้ผู้ลงทุนเสียหาย
5.การทำ Preview งบของนักวิเคราะห์ เพื่อจัดทำบทวิเคราะห์ สามารถทำได้หรือไม่?
ยังทำ Preview งบได้ แต่ผู้บริหาร บจ.ต้องระมัดระวังไม่เปิดเผยข้อมูลภายใน แต่หากเปิดเผยออกไป นักวิเคราะห์จะต้องไม่นำข้อมูลดังกล่าวมาใช้ในการจัดทำบทวิเคราะห์ ทั้งนี้เป็นเรื่องที่ถูกคาดหวังอยู่แล้วว่า นักวิเคราะห์ควรใช้มาตรฐานวิชาชีพในการพิจารณาประเมินว่า ข้อมูลที่ได้รับเป็นข้อมูลภายในที่ยังไม่ได้เปิดเผยสู่สาธารณะหรือไม่ หากเป็นข้อมูลที่ยังไม่ได้เปิดเผย ก็ห้ามนำไปใช้ต่อ
ในส่วนของกฎหมายใหม่ เป็นเพียงแต่ระบุเป็นความผิดไว้ หากนักวิเคราะห์นำข้อมูลที่รู้หรือควรรู้ว่ายังไม่ได้เปิดเผยไปใช้ ก็เข้าข่ายมีความผิดเรื่องอินไซเดอร์เทรดดิ้งได้ สำหรับผู้บริหาร บจ.ต้องใช้ความระมัดระวังเช่นเดียวกัน โดยให้ข้อมูลสำคัญที่อาจมีผลกระทบต่อราคาหรือการตัดสินใจของผู้ลงทุนแก่ผู้ลงทุนอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมในเวลาเดียวกัน มิใช่ให้ข้อมูลภายในแก่กลุ่มบุคคลใดๆ โดยยังมิได้เปิดเผยสู่สาธารณะ (ในทางปฏิบัติการเปิดเผยข้อมูลสู่สาธารณะสามารถดำเนินการได้ผ่านระบบของตลาด)
6.หากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ขอให้ บล.พาไปพบกับผู้บริหาร บจ. แล้ว บลจ.ใช้ประโยชน์จากข้อมูลนั้น บลจ.ผิดหรือไม่
การเข้าพบผู้บริหารทำได้ แต่การนำข้อมูลมาใช้จะขึ้นกับลักษณะข้อมูล ถ้าไม่ได้นำข้อมูลภายในมาใช้ ถือว่าทำได้
7.นักวิเคราะห์ทำอะไรได้บ้างนักวิเคราะห์ยังคงสามารถปฏิบัติงานได้ตามมาตรฐานการปฏิบัติงานตามปกติที่เคยปฏิบัติโดยต้องใช้ข้อมูลที่เป็นสาธารณะ เป็นพื้นฐานในการวิเคราะห์ตามหลักวิชา ซึ่งหลักการนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่
8. เมื่อไปเยี่ยมชมกิจการ ทราบว่าบริษัทกำลังจะขยายกำลังการผลิต หากออกบทวิเคราะห์มาจะผิดหรือไม่
ขึ้นอยู่กับว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลภายในหรือไม่ เพราะการขยายกำลังการผลิตอาจไม่ใช่ข้อมูลภายในที่มีสาระสำคัญต่อราคาหุ้นในทุกกรณี สำหรับนักวิเคราะห์ที่เข้าพบรู้หรือไม่ว่าข้อมูลนั้นเป็นข้อมูลภายใน หากรู้ว่าเป็นข้อมูลภายในและนำไปใช้ ก็อาจเข้าข่ายความผิดอินไซเดอร์เทรดดิ้ง
9.ข้อมูลอะไรถือเป็นสาธารณะ (ไม่ใช่ข้อมูลภายใน) หมายถึงที่เปิดเผยผ่านระบบตลาดหลักทรัพย์ใช่หรือไม่
การสรุปว่า ข้อมูลที่เผยแพร่ผ่านระบบตลาดหลักทรัพย์เท่านั้น จึงจะถือเป็นข้อมูลสาธารณะ ถือเป็นเรื่องคนละประเด็นกับข้อมูลภายใน หากเป็นข้อมูลที่อาจมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงราคา ก็จะเข้าข่ายเป็นข้อมูลภายใน ถ้ามีการรั่วไหล บจ.ก็มีหน้าที่ต้องชี้แจงผ่านระบบตลาด เพื่อให้ได้รับทราบข้อมูลทั่วถึงและเท่าเทียมกัน ส่วนข้อมูลอื่นๆ บจ.สามารถเผยแพร่ได้ตามช่องทางต่างๆ อาทิ เว็บไซต์ของบริษัท หรือผ่านหนังสือพิมพ์ได้







