
Lawender บริการกฎหมาย AI
อีกหนึ่งธุรกิจบริการดั้งเดิม ที่ดึงเทคโนโลยีมาช่วยทำให้เรื่องยากๆ อย่างความรู้ด้านกฎหมาย
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
อีกหนึ่งธุรกิจบริการดั้งเดิม ที่ดึงเทคโนโลยีมาช่วยทำให้เรื่องยากๆ อย่างความรู้ด้านกฎหมาย ให้เป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันยังเป็นตัวกลางเชื่อมงานบริการ รวมถึงที่ปรึกษากฎหมาย “ทนายความ” ได้พร้อมกัน ด้วยธุรกิจบริการ Lawender หนึ่งในสามสตาร์ทอัพที่ชนะการประกวดในโครงการออมสิน สุดยอดแนวคิดพลิกธุรกิจไทย ที่จัดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้
บริการ Lawender เกิดขึ้นจากไอเดียร่วมกันของกลุ่มคนรุ่นใหม่ ประกอบด้วย ตรัย สัสตวัฒนา พีรดา ศุภรพันธ์ และ ชัชญา พุ่มเหมือน ผู้ร่วมก่อตั้งธุรกิจ ร่วมกันให้รายละเอียดบริการ Lawender พัฒนาขึ้นมาเพื่อให้ผู้ใช้บริการมีความรู้สึกว่ากฎหมายเป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคน ต่อการดำเนินกิจกรรม หรือธุรกรรมด้านต่างๆ จากความไม่รู้ ที่อาจนำไปสู่การฟ้องร้อง หรือเป็นคดีความ ซึ่ง Lawender จะเป็นตัวกลางเข้ามาเชื่อมต่อความต้องการระหว่างลูกค้า ในฐานะผู้ใช้บริการ และตัวทนายความผู้ให้บริการที่ปรึกษากฎหมายได้ทุกที่ทุกเวลาที่ต้องการ ที่เบื้องต้นอยู่ในรูปแบบบริการบนเว็บไซต์
ตรัย เสริมว่า ปัจจุบันปัญหาที่เป็นคดีความในชั้นศาลของบุคคลทั่วไป ส่วนใหญ่เป็นเพราะไม่สามารถเข้าถึงกฎหมายได้ จากความไม่รู้ซึ่งมีหลายเรื่องที่กว้างมาก เช่น การซื้อขายทั่วไป ซื้อขายที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ การจ้างงาน ฯลฯ ซึ่งในจุดนี้หากมีนักกฎหมายเข้ามาช่วยดูเนื้อหาสัญญา ก็จะเข้ามาช่วยลดการฟ้องร้อง หรือเป็นคดีความได้ ที่ปัจจุบันในชั้นศาลมีทั้งคดีค้างพิจารณาและคดีความเกิดใหม่ทั้งแพ่งและพาณิชย์รวมกันไม่ต่ำกว่า 3 แสนเคส หรือในทุกนาทีจะต้องมีคดีทุกประเภทเกิดขึ้น ซึ่งจากปัญหาจุดนี้ทำให้ Lawender ต้องการเข้ามาช่วยแก้ไขพร้อมแบ่งเบาการเข้าถึงกฎหมายของคนทั่วไปได้ง่ายและสะดวกขึ้น
พีรดา กล่าวต่อถึงรูปแบบบริการ Lawender ยังช่วยย่นระยะเวลาการทำงานร่วมกันระหว่างผู้ว่าจ้างหรือลูกค้าทั่วไป และที่ปรึกษากฎหมาย จากการจับคู่ความต้องการใช้บริการที่ตรงกันโดยพิจารณาจากข้อมูลทั้งสองฝั่ง (โปรไฟล์แมตชิ่ง) ที่โปรแกรมเมอร์ได้พัฒนาระบบขึ้นมาภายใต้แนวคิดเอไอ (อาร์ติฟิเชียล อินเทลเลเจนต์) ปัญญาประดิษฐ์ด้านกฎหมาย พร้อมรวบรวมข้อกฎหมายต่างๆ ที่มีอยู่ เพื่อให้บริการผ่าน Lawender แบบครบวงจรจุดเดียวเบ็ดเสร็จด้านกฎหมาย
“บริการนี้เป็นเหมือนกับหุ่นยนต์ทางกฎหมาย ที่จะเข้ามาช่วยลดเวลาการทำเคสระหว่างผู้ใช้บริการและทนายความลงได้เกือบครึ่งหนึ่ง เช่น ในบางเคสใช้เวลาเพียง 1 เดือน จากรูปแบบเดิมที่ใช้เวลาดำเนินการราว 2 เดือน เป็นต้น” พีรดา กล่าว
ชัชญา กล่าวถึงการพัฒนาบริการดังกล่าวในส่วนของเว็บไซต์ มีความสำคัญเช่นกันที่จะช่วยให้ผู้ใช้งานทั้งสองฝั่ง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้บริการ (ยูสเซอร์) ให้รู้สึกเข้าถึงบริการกฎหมายได้ง่าย ที่แม้ว่าจะมีข้อมูลต่างๆ รวบรวมไว้เป็นจำนวนมากก็ตาม ซึ่งงานออกแบบหรือดีไซน์เว็บจะต้องเข้าไปสนับสนุนในเรื่องนี้ พร้อมอยู่ระหว่างพัฒนาบริการ Lawender ให้สามารถรองรับบนโมบายแอพพลิเคชั่น คาดว่ามีความชัดเจนราวปลายปีหน้า เพื่อรองรับเทรนด์การใช้บริการของคนในยุคปัจจุบันที่นิยมทำธุรกรรม หรือทำงานผ่านหน้าจอสมาร์ทโฟนมากขึ้น
โดย Lawender จะเก็บค่าบริการในรูปแบบสมาชิก ในรูปแบบเหรียญเงินอิเล็กทรอนิกส์ (คอยน์) หากมีการทำธุรกรรมระหว่างลูกค้าและที่ปรึกษาทางกฎหมายเกิดขึ้น เพื่อประกันความเสี่ยงในกรณีลูกค้าทั้งสองฝ่ายไปตกลง (ดีล) ผลประโยชน์ทางการเงินระหว่างกันเองในภายหลัง และในอนาคตระบบเอไอของ Lawender ยังสามารถพัฒนาไปสู่บริการใหม่ด้านการสรรหาบุคลากรที่เหมาะสมให้กับบริการด้านทรัพยากรบุคคล (เอชอาร์) ด้วยเช่นกัน ที่สามารถขยายการให้บริการได้ทั้งในระดับภูมิภาคและในระดับโลก พร้อมวางเป้าหมายใน 3 ปีข้างหน้าธุรกิจจะสามารถขยายมูลค่าได้ถึง 1,000 ล้านบาท
สอดคล้องกับการเติบโตของตลาดบริการที่ปรึกษากฎหมายในภาพรวมปัจจุบันมีมูลค่ากว่า 2.2 หมื่นล้านบาท และเติบโตเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 10% ทุกปี จากจำนวนทนายความที่มีอยู่ในประเทศร่วม 1 แสนราย







