posttoday
ส่งออกอัญมณีรุ่ง แนะจับตาเศรษฐกิจโลก

ส่งออกอัญมณีรุ่ง แนะจับตาเศรษฐกิจโลก

29 กันยายน 2559

สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ได้รายงาน สถานการณ์การส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทยระหว่างเดือน ม.ค.-ก.ค. 2559 มีมูลค่า 3.35 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 70.73% และเพิ่มขึ้น 57.37% ในรูปของเงินเหรียญสหรัฐ ถือเป็นสินค้าส่งออกสำคัญอันดับ 2 คิดเป็นสัดส่วน 7.77% ของสินค้าส่งออกโดยรวมทั้งหมด แต่หากหักออกด้วยการส่งออกทองคำที่ยังมิได้ขึ้นรูป การส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่แท้จริงมีมูลค่า 1.44 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.06% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ได้รายงาน สถานการณ์การส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทยระหว่างเดือน ม.ค.-ก.ค. 2559 มีมูลค่า 3.35 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 70.73% และเพิ่มขึ้น 57.37% ในรูปของเงินเหรียญสหรัฐ ถือเป็นสินค้าส่งออกสำคัญอันดับ 2 คิดเป็นสัดส่วน 7.77% ของสินค้าส่งออกโดยรวมทั้งหมด แต่หากหักออกด้วยการส่งออกทองคำที่ยังมิได้ขึ้นรูป การส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่แท้จริงมีมูลค่า 1.44 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.06% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

สินค้าที่มีมูลค่าการส่งออกสูงสุดในช่วง 7 เดือนแรก จะเป็นทองคำที่ยังมิได้ขึ้นรูป หรือทองคำกึ่งสำเร็จรูป คิดเป็นสัดส่วน 57.04% ของมูลค่าการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทย ขยายตัวสูงกว่า 2.22 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลมาจากการส่งออกเพื่อทำกำไรจากส่วนต่างราคาในช่วงที่ราคาสูงต่อเนื่อง แต่ช่วงที่เหลือของปีนี้จะต้องติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจ การดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) การดำเนินนโยบายทางการเงินของประเทศจีน ญี่ปุ่น และสหภาพยุโรป

เครื่องประดับแท้ คิดเป็นสัดส่วนส่งออก 21.57% ของการส่งออกรวม มาจากการส่งออก เครื่องประดับทอง เครื่องประดับเงิน และเครื่องประดับแพลทินัมเพิ่มขึ้นทั้งหมด ส่วนเพชรคิดเป็นสัดส่วน 10.57% ของการส่งออกทั้งหมด ขยายตัว 3.86% โดยมีเพชรเจียระไนเป็นสินค้าส่งออกหลัก ขณะที่พลอยสีเป็นสินค้าส่งออกอันดับ 4 สัดส่วน 6.90% ของการส่งออกทั้งหมด มีมูลค่าส่งออกเพิ่มขึ้น 10.13%

ตลาดหลักในการส่งออกจะเป็นประเทศสวิตเซอร์แลนด์สูงสุด สัดส่วน 36.39% ของการส่งออกทั้งหมด มีการขยายตัว 3.21 เท่า รองลงมาเป็นฮ่องกง สัดส่วน 14.94% ขยายตัว 20.31% สิงคโปร์ สัดส่วน 10.66% ขยายตัว 3.09 เท่า สหรัฐ สัดส่วน 8.14% ขยายตัว 4.87% และออสเตรเลีย สัดส่วน 6.75% ขยายตัว 6.67 เท่า

ทั้งนี้ เวลาไม่กี่เดือนนับจากนี้ ผู้ประกอบการไทยต้องจับตาเรื่องภาวะเศรษฐกิจโลกที่เปราะบาง เศรษฐกิจหลายประเทศมีการเติบโตชะลอตัวลง โดยเฉพาะญี่ปุ่น จีน และสหภาพยุโรป ซึ่งอาจจะมีผลต่อการส่งออกของไทย

ประเด็นต่อมา คือ ความผันผวนของค่าเงิน โดยค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากเงินลงทุนต่างชาติที่เข้ามาไทย แต่จากการที่หลายฝ่ายคาดว่า เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในช่วงเดือน ธ.ค. 2559 หลังจากการจัดเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐไปแล้ว จะมีผลให้ค่าเงินบาทอ่อนลงได้

จากปัจจัยต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้และเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าหลายประเทศชะลอตัวลง อาจจะมีผลให้ลูกค้าผิดนัดชำระหนี้ได้ ผู้ประกอบการควรป้องกันความเสี่ยงด้วยการทำเลตเตอร์ออฟเครดิต (Letter of Credit หรือ LC) ส่วนค่าเงินบาทที่ผันผวนก็ควรทำสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า พร้อมกับมุ่งพัฒนาสินค้าให้เป็นที่ต้องการของกลุ่มเป้าหมาย มุ่งเจาะตลาดบนที่มีกำลังซื้อ

รวมทั้งมุ่งการวิจัยและพัฒนาสินค้า (อาร์แอนด์ดี) มากขึ้น เพื่อสร้างสรรค์สินค้าใหม่ๆ ขณะเดียวกันต้องให้ความสำคัญกับการดูแลลูกค้าทั้งรายเก่าและรายใหม่ พร้อมปรับปรุงบริการหลังการขาย เพื่อทำให้การส่งออกในช่วงเวลาที่เหลือของปี 2559 ขยายตัวอย่างสดใสต่อเนื่อง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท