
คิงเพาเวอร์ผงาดBCPG
ตระกูลศรีวัฒนประภา โดย “อัยยวัฒน์” ลูกชายวิชัยแห่งคิงเพาเวอร์ผงาดถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 ใน BCPG เดือน ต.ค. 2559 บอร์ดถกสรุปนโยบายปันผลรายไตรมาสเท่าก่อนเข้า SET
ตระกูลศรีวัฒนประภา โดย “อัยยวัฒน์” ลูกชายวิชัยแห่งคิงเพาเวอร์ผงาดถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 ใน BCPG เดือน ต.ค. 2559 บอร์ดถกสรุปนโยบายปันผลรายไตรมาสเท่าก่อนเข้า SET
นายบัณฑิต สะเพียรชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีซีพีจี (BCPG) เปิดเผยกรณีที่นายอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ทายาทกลุ่มคิงเพาเวอร์ เข้ามาถือหุ้นของ BCPG จำนวน 20 ล้านหุ้น หรือ 1% เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 รองจาก บริษัท บางจากปิโตรเลียม (BCP) นั้น คาดว่าน่าจะเป็นการใช้สิทธิจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนของบริษัทให้กับผู้ถือหุ้นเดิม (Pre-emptive Right) ของ BCP ในสัดส่วนหุ้น 20 หุ้นของ BCP ต่อ 1 หุ้นของ BCPG ซึ่งนายอัยยวัฒน์เป็นผู้ถือหุ้นเดิมใน BCP อยู่แล้ว ทั้งนี้จะเป็นกลุ่มนักลงทุนหุ้นคุณค่าที่ถือหุ้นลงทุนระยะยาว เช่นเดียวกับกลุ่มตระกูลของนายวิชัย วชิรพงศ์ หรือเสี่ยยักษ์ ที่ถือหุ้น BCPG 0.68%
“รายชื่อนักลงทุนทั้งกลุ่มคิงเพาเวอร์และตระกูลวชิรพงศ์ถือเป็นกลุ่มนักลงทุนประเภทหุ้นคุณค่า เป็นการส่งสัญญาณและเป็นข่าวดีว่ามีนักลงทุนที่มีคุณภาพมาลงทุนในหุ้นของบริษัท” นายบัณฑิต กล่าว
อย่างไรก็ดี หากมีโอกาสจะเข้าไปเยี่ยมขอพบกับกลุ่มคิงเพาเวอร์ เพราะยังไม่รู้จักกับกลุ่มนี้มาก่อน และไม่เคยทราบว่าสนใจการลงทุนในหุ้นพลังงาน
สำหรับนโยบายการจ่ายเงินปันผลของบริษัท กำหนดไว้ว่าจะจ่ายไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิ อยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะมีการจ่ายเงินปันผลเป็นรายไตรมาสเหมือนช่วงก่อนที่บริษัทจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) หรือเปลี่ยนแปลงจากเดิม ซึ่งจะมีการนำเสนอต่อคณะกรรมการของบริษัท (บอร์ด) ให้พิจารณาและสรุปในเดือน ต.ค. 2559 นี้
ขณะที่แผนการใช้เงินจากการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชน(ไอพีโอ) จะใช้ลงทุนขยายธุรกิจไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนทั้งในและต่างประเทศ โดย BCPG มีเป้าหมายขยายธุรกิจโรงไฟฟ้าในรูปแบบต่างๆ ทั้งโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนใต้พิภพ โรงไฟฟ้าพลังงานลม โรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพ โรงไฟฟ้าชีวมวล และโรงไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงขยะ ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อก้าวสู่เป้าหมายมีกำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้งในปี 2563 เพิ่มเป็น 1,000 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันที่มีโครงการที่จ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์แล้ว และอยู่ระหว่างขั้นตอนการพัฒนาก่อสร้างรวมประมาณ 420 เมกะวัตต์
บริษัทมีศักยภาพพร้อมรุกขยายโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในการประมูลหรือยื่นขออนุญาตขายไฟฟ้า เพื่อพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนหรือเข้าซื้อกิจการในโครงการผลิตไฟฟ้าที่เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว หรือที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างหรืออยู่ระหว่างการพัฒนา โดยมุ่งเน้นการลงทุนแบบพอร์ตโฟลิโอมากกว่าการเข้าลงทุนในรูปแบบการซื้อสินทรัพย์ที่เป็นโรงไฟฟ้า ซึ่งจะสามารถสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่า และช่วยสนับสนุนผลการดำเนินงานธุรกิจไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนให้เติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน
“เรามีเป้าหมายลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในประเทศต่างๆ ซึ่งในการตัดสินใจแต่ละโครงการนั้น จะเลือกลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าโดยพิจารณาจากประเภทเชื้อเพลิงที่เหมาะสมกับประเทศนั้นๆ ควบคู่กับการพิจารณาผลตอบแทนจากการลงทุนที่คุ้มค่าอีกด้วย” นายบัณฑิต กล่าว
นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย กล่าวว่า รัฐบาลในหลายประเทศได้เพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานรองรับปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น จึงเป็นโอกาสทางธุรกิจของ BCPG ในการขยายธุรกิจไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนทั่วโลก เนื่องจากมีความพร้อมด้านเงินทุน ตลอดจนมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการประกอบธุรกิจ จึงเชื่อมั่นว่าการขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าของ BCPG จะทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ และช่วยสนับสนุนผลการดำเนินงานให้เติบโตได้อย่างแข็งแกร่งต่อไปในอนาคต
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์(บล.)เคจีไอ (ประเทศไทย) ให้ราคาเป้าหมายปี 2560 BCPGที่ 12 บาท จากราคาปิดเมื่อวันที่ 28 ก.ย.ที่ 10.70 บาท







