
โรงแรมลุ้นฝ่าสิ่งแวดล้อม ก่อนเข็นตีทะเบียนถูกกฎหมาย
ขณะนี้ผู้ประกอบการที่เคยคิดนำโรงแรมจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย แต่จดไม่ได้เพราะติดอุปสรรค 3 ข้อ
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
ขณะนี้ผู้ประกอบการที่เคยคิดนำโรงแรมจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย แต่จดไม่ได้เพราะติดอุปสรรค 3 ข้อ คือ ผังเมือง ที่จอดรถ และตัวอาคาร ต่างดีใจได้ถ้วนหน้า เมื่อปัญหาเหล่านี้ถูกปลดล็อกแล้วโดยเฉพาะกฎกระทรวง กำหนดลักษณะอาคารประเภทอื่นที่ใช้ประกอบธุรกิจโรงแรมที่ออกมาวันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา ทว่า กฎกระทรวงนี้อายุแค่ 5 ปี และถ้าดัดแปลงอาคารต้องทำเรื่องดัดแปลงให้เสร็จใน 2 ปีจึงขอเปลี่ยนใช้อาคารได้แล้วไปขอจดทะเบียนโรงแรม กว่าจะไปถึงขั้นตอนสุดท้ายในบางพื้นที่ไม่ง่าย หากโรงแรมตั้งอยู่ในเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมจะผ่านด่านอรหันต์ต้องทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (ไออีอี) หรือรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ก่อนถ้าไม่ผ่านด่านนี้ก็ไปต่อไม่ได้
อุดม มหาศรีโชตะ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและการขาย บ้านทะเลดาว หัวหิน รีสอร์ท เปิดเผยว่า เตรียมหารือสมาคมโรงแรมไทยทำจดหมายไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอผ่อนปรนชั่วคราวให้โรงแรมในพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี ถึง อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ 30 ห้องขึ้นไป จึงต้องทำไออีอีเหมือนที่บางจังหวัดในพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมกำหนด จากปัจจุบันย่านเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ กำหนดให้สถานที่พัก 10 ห้องขึ้นไปทำไออีอี ซึ่งเกรงว่าโรงแรมเล็กเจอค่าธรรมเนียมจ้างที่ปรึกษาทำไออีอีเริ่มต้น 5 แสนบาท ก็จะถอดใจแล้ว เพราะสู้ต้นทุนไม่ไหว และยังใช้เวลา 6 เดือนถึง 1 ปีกับขั้นตอนนี้
“โรงแรมไม่ถูกกฎหมายที่ตั้งในพื้นที่ควบคุมสิ่งแวดล้อม ก็ดำเนินกิจการกันอยู่แล้ว ถ้าไม่ทำเรื่องอะไรเลยช่วยกลุ่มนี้ก็เหมือนปล่อยให้ทำกันต่อไปโดยไม่ได้มีมาตรการป้องกันผลกระทบสิ่งแวดล้อม ดังนั้นไปปลดล็อกเงื่อนไขทำไออีอี ทำให้กลุ่มนี้เข้าระบบได้เพื่อปฏิบัติตามแนวทางโรงแรมใบไม้สีเขียว (กรีน โฮเต็ล) ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมน่าจะดีกว่า” อุดม กล่าว
ไพสิฐ แก่นจันทน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ กล่าวว่า หากเป็นไปได้อยากเห็นบริษัทที่ปรึกษาต่างๆ ที่รับทำไออีอี ลดค่าธรรมเนียมดำเนินการลงจากปัจจุบันเริ่มต้น 5 แสนบาท เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายให้โรงแรมขนาดเล็กมากๆ แค่ 10 ห้องในพื้นที่ที่เข้าข่ายทำไออีอี โดยหากเป็นโรงแรมขนาดเพียงแค่ 10 ห้อง ควรลดค่าธรรมเนียมเหลือ 1 แสนบาทให้เหมาะสมกับขนาดโรงแรม
ยิ่งในสถานการณ์นี้ที่ภาครัฐมีกฎกระทรวงเปลี่ยนแปลงอาคารอื่นเป็นโรงแรมถูกกฎหมายออกมา น่าจะมีโรงแรมขนาดเล็กต้องการเข้าระบบจำนวนมาก บางส่วนต้องผ่านด่านสิ่งแวดล้อมก่อน หากลดค่าธรรมเนียม นอกจากช่วยโรงแรมเล็ก บริษัทที่รับเป็นที่ปรึกษาก็จะมีลูกค้าใช้บริการมากขึ้น หรือกรณีที่จะมีการเสนอภาครัฐขอเปลี่ยนข้อกำหนดของโรงแรมที่เข้าข่ายทำไออีอีจากเริ่มต้น 10 ห้อง อาจขอปรับเปลี่ยนให้เริ่มต้นที่ 20 ห้อง หรือ 30 ห้องขึ้นไปก็เป็นจำนวนที่เหมาะสม
ไพสิฐ กล่าวว่า การที่ภาครัฐมีข้อกำหนดให้โรงแรมเล็กๆ ทำไออีอีในพื้นที่ควบคุมสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่ดี ไม่เห็นด้วยหากไม่ต้องทำเลย เพราะพื้นที่เหล่านี้มีความอ่อนไหวควรต้องทำอยู่เพื่อไม่ให้สภาพแวดล้อมเสียหายไปมากกว่านี้ ถ้าปล่อยไปเลยผู้ประกอบการบางรายก็อาจเน้นแต่เรื่องการทำกำไร สร้างโรงแรมโดยใช้ประโยชน์เต็มพื้นที่ไม่คำนึงปัจจัยสิ่งแวดล้อม การคงไออีอีไว้แต่ไปลดค่าใช้จ่ายการทำไออีอีหรือขยับกลุ่มที่เข้าข่ายทำไออีอีให้มีจำนวนห้องสูงขึ้นเล็กน้อยน่าจะดีกว่า
แม้การที่โรงแรมเล็กๆ ในพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม จะมีโจทย์หินต้องทำไออีอีให้ผ่านด่านเรื่องสิ่งแวดล้อมก่อนไปทำเรื่องดัดแปลงและเปลี่ยนการใช้อาคาร แต่เมื่อมีกฎกระทรวงที่เปิดช่องให้จดทะเบียนถูกต้องได้แล้ว ก็ควรรีบดำเนินการตั้งแต่วันนี้ โดยต้นทุนที่ต้องเสียไปกับการดำเนินการทุกอย่าง จะย้อนกลับมาเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการเองในอนาคต เพราะการทำถูกต้องย่อมเดินหน้าธุรกิจต่อไปได้ราบรื่นกว่าเพิกเฉยทำผิดกฎหมายต่อไป ถ้าในอนาคตมีการเอาจริงจับโรงแรมผิดกฎหมายหลังเปิดโอกาสให้เข้าจดทะเบียนแล้วไม่เข้า เมื่อนั้นอาจเข้าตำราเสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย







