posttoday
'สามารถ เจนชัยจิตรวนิช' เปิดภารกิจล้างบางแชร์ลูกโซ่

'สามารถ เจนชัยจิตรวนิช' เปิดภารกิจล้างบางแชร์ลูกโซ่

29 กันยายน 2559

โดย...โชคชัย สีนิลแท้

โดย...โชคชัย สีนิลแท้

แชร์ลูกโซ่ ถือเป็นตัวบ่อนทำลายเศรษฐกิจ เพราะเป็นธุรกิจนอกระบบที่พัวพันกับหลายๆ ธุรกิจ ทั้งขายตรง ท่องเที่ยว ทองคำ ตลาดหุ้นฟอเร็กซ์ หรือแม้แต่อสังหาริมทรัพย์ก็ถูกนำมาใช้ในการหลอกลวงในรูปแบบแชร์ลูกโซ่ได้หมด สร้างความเสียหายมูลค่าไม่ต่ำกว่าแสนล้านบาทแล้ว แต่กระบวนการแก้ไขและปราบปรามไม่สามารถดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรม จนกระทั่งมีหน่วยงานภาคเอกชนอย่างสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทยเข้ามาร่วมในการดำเนินการแก้ไขในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา         

สามารถ เจนชัยจิตรวนิช ประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย กล่าวว่า แชร์ลูกโซ่สร้างความเดือดร้อนให้กับสังคมไทยทั้งเรื่องเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของชาติที่เป็นปัญหาหยั่งลึกในสังคมมานาน แต่ไม่ได้รับการแก้ไขเท่าที่ควร จึงเกิดความร่วมมือกันจัดตั้งองค์กรเอกชนขึ้นมา คือ การจัดตั้งสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทยเพื่อรับเรื่องราวร้องทุกข์จากพี่น้องประชาชน รวมไปถึงปัญหาจากหน่วยงานราชการและเอกชน และประสานงานกับองค์กรต่อต้านแชร์ลูกโซ่ในต่างประเทศ เพื่อสกัดกั้นธุรกิจนอกระบบดังกล่าว

“ปัจจุบันมีสินค้ามาขายแล้วบอกว่าไม่ใช่ธุรกิจแชร์ลูกโซ่ อาจจะไม่จริงเสมอไป เดี๋ยวนี้มีทุกรูปแบบ ซึ่งขณะนี้ภาครัฐยังขาดหน่วยงานที่เฝ้าระวังและคอยติดตามบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่และดำเนินการจับกุม เนื่องจากประชาชนไม่มีทางรู้หรอกว่าบริษัทใดเป็นแชร์ลูกโซ่หรือไม่ สิ่งที่ต้องพิจารณาคือบริษัทที่จ่ายผลตอบแทนสูงๆ นั้นเข้าข่าย เนื่องจากทุกวันนี้ทุกอย่างหลอกลวงได้หมด ไม่ว่าจะเป็นสินค้านั้นยังสามารถสวมตัวเลขจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โดยเอาสินค้า อย่างอาหารเสริมปลอมมาขายได้ในราคาแพงแล้วก็เอามาจ่ายผลตอบแทนให้กับสมาชิก สมาชิกหลายรายกว่าจะรู้ตัวบริษัทเหล่านั้นก็ปิดตัวไปแล้ว ซึ่งบริษัทเหล่านั้นขายความฝันโดยนำเอาผลตอบแทนสูง รถหรู หรือบ้านหรูมาล่อใจ” 

ทุกวันนี้มีคนอยู่กลุ่มหนึ่งพยายามเล่นกับความฝัน และอุดมการณ์ของคน แต่สุดท้ายจะยิ่งทำให้คนไทยนั้นหวาดวิตกกับการลงทุน กลัวการเป็นเจ้าของธุรกิจใหม่ๆ ซึ่งวันนี้รัฐบาลพยายามผลักดันธุรกิจสตาร์ทอัพให้เกิดขึ้น แม้ว่ารัฐบาลได้เริ่มจัดตั้งกระทรวงดิจิทัลให้เกิดขึ้นมาแทนแต่ปัญหาและการหลอกลวงในโลกออนไลน์ยังเกิดขึ้นอย่างมากมาย รวมไปถึงสังคมไทยที่ก้าวกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุรัฐบาลพยายามจัดตั้งกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ขึ้นเพื่อให้คนไทยมีเงินใช้ในยามเกษียณ แต่ก็มีธุรกิจที่แอบแฝงและที่สำคัญจะเห็นได้ว่าบริษัทที่เป็นแชร์ลูกโซ่ระยะหลังนั้นจะเป็นบริษัทที่ได้รับใบอนุญาตการดำเนินธุรกิจจากภาครัฐ อย่างเช่น บริษัท ยูฟัน ได้รับใบอนุญาตให้จัดตั้งธุรกิจได้จากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ถือเป็นบริษัทแชร์ลูกโซ่ที่เปิดตัวระยะยาวจะเห็นได้ว่าที่ผ่านมามีหลายบริษัทเปิดตัวเป็นระยะเวลา 3 ปี ถึง 5 ปีแล้วจึงปิดตัว

“วันนี้ประชาชนจะเชื่ออะไร เพราะหากดำเนินธุรกิจผิดกฎหมายจริง รัฐต้องจับและต้องปิดตั้งแต่วันแรก ทำไมรัฐปล่อยให้ดำเนินการอยู่ได้ หากพิจารณาด้านกฎหมายเราไม่ได้บังคับใช้ พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ปี 2527 เลย ซึ่งในมาตรา 4 และมาตรา 5 นั้นห้ามบุคคลใดเสนอผลตอบแทนสูงในอัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารพึงจ่ายได้โดยไม่มีเหตุอันควรนั้นเข้าข่ายจะต้องโดนเรียกมาตรวจสอบ แต่หน่วยงานรัฐที่ถือ พ.ร.ก.ฉบับดังกล่าวนี้คือกระทรวงการคลัง”

แต่ ณ วันนี้กระบวนการแก้ปัญหาแชร์ลูกโซ่นั้น ดูกันแต่ที่ปัญหาปลายเหตุแต่เพียงอย่างเดียวไม่ว่าจะเป็นพนักงานสอบสวนหรือดีเอสไอมีการจับกุมที่ปลายเหตุ เพราะมีผู้เสียหายในคดีอาญาที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ส่งให้อัยการ หรือศาลพิจารณาสุดท้ายศาลยึดทรัพย์ และเอาทรัพย์ดังกล่าวที่ยึดมาแบ่งกันกระบวนการเหล่านั้นใช้เวลานานมากบางคดีใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 20 ปี หากวันนี้เรายังใช้ พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน โดยให้กระทรวงยุติธรรมตั้งคณะทำงาน สามารถเรียกบริษัทที่เข้าข่ายแชร์ลูกโซ่เข้ามาตรวจสอบก่อนจะสร้างความเสียหายในวงกว้าง

“หากเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจขายตรงแล้วมีคนจำนวนมากเข้าไปฟังแผนธุรกิจ จำต้องมีผู้แทนจากกระทรวงยุติธรรมสามารถเข้าไปตรวจสอบได้ เนื่องจากเป็นหน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมายโดยตรง แต่ที่ผ่านมามีผู้ร้องเรียนหลายครั้งแต่กลับไปสอบถามกับหน่วยงานอย่าง ตำรวจ ว่าบริษัทที่ทำธุรกิจขายตรงรายนี้สามารถเข้าไปทำธุรกิจได้หรือไม่ กลับได้รับคำตอบว่าบริษัทนี้สามารถดำเนินการได้ ซึ่งหากพิจารณาแล้วพบว่าเดิมบริษัทถูกต้องแต่ระยะหลังกลายพันธุ์ หรือมีการจ้างนอมินีคนไทยเพื่อเปิดบริษัท โดยการจ้างบริษัทรับเขียนแผนธุรกิจเพื่อให้ผ่านการพิจารณาจาก สคบ.เป็นต้น”

ที่ผ่านมาทางสมาพันธ์ได้มีการร่วมมือกับคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้ทำวิจัยเรื่องพฤติกรรมผู้บริโภคต่อธุรกิจขายตรง ได้สำรวจกลุ่มอายุ 18-45 ปี ให้ระบุว่าถ้าจะเลือกทำธุรกิจขายตรงจะทำธุรกิจกับบริษัทใด 1.บริษัทที่มั่นคง 2.บริษัทผลิตสินค้ามีคุณภาพ 3.บริษัทที่จ่ายผลตอบแทนสูง ผลสำรวจพบว่าทุกคนส่วนใหญ่ เลือกบริษัทที่จ่ายผลตอบแทนสูง ซึ่งอาจจะเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ได้  และไม่ได้พิจารณาที่สินค้ามีคุณภาพหรือบริษัทมีความมั่นคง ส่งผลให้บริษัทที่ทำธุรกิจขายตรงแบบตรงไปตรงมานั้นอยู่ได้ยาก

สุดท้ายทำให้บางบริษัทต้องผันตัวมาดำเนินธุรกิจแบบแชร์ลูกโซ่ เน่ื่องจากภาครัฐไม่สามารถปราบแชร์ลูกโซ่ได้อย่างเป็นรูปธรรม

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท