posttoday
3 กลยุทธ์ลงทุน FIF Fund รับมือ ‘ตลาดผันผวน’

3 กลยุทธ์ลงทุน FIF Fund รับมือ ‘ตลาดผันผวน’

28 กันยายน 2559

โดย...ธนกฤต ศรันกิตติภัทร

โดย...ธนกฤต ศรันกิตติภัทร

ย้อนมองการลงทุนตั้งแต่ต้นปี 2559 จนถึงปัจจุบัน นักลงทุนมักได้ยินศัพท์เกี่ยวกับการลงทุนที่นักวิเคราะห์ หรือนักลงทุนชอบพูดถึงคือ “ตลาดผันผวน” ทำให้ลงทุนยาก จะต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แม้แต่การลงทุนในกองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศ หรือ FIF Fund เองก็จะต้องเผชิญความท้าทายจากความผันผวนของตลาดตลอดเวลา เนื่องจากในโลกที่ข้อมูลข่าวสารเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว เช่น เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นกับตลาดสหรัฐ ยุโรป เช้าวันรุ่งขึ้นก็จะสะท้อนมายังตลาดฝั่งเอเชียไม่มากก็น้อย หรือเกิดเหตุการณ์สำคัญในประเทศหนึ่ง ประเทศอื่นๆ ก็จะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นั้นๆ ด้วย ภาวะของการเคลื่อนที่ของข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็วนี้เองเป็นต้นเหตุของคำว่า “ตลาดผันผวน”

ผมได้พบกับนักลงทุนที่ลงทุน FIF Fund ในช่วงตลาดผันผวน มีนักลงทุนบางกลุ่มกลัวอาการของตลาดลักษณะนี้ บางกลุ่มเฉยๆ บางกลุ่มกลับตื่นเต้น และมองว่าเป็น “โอกาส” ในการลงทุน แต่ที่น่าสนใจก็คือส่วนใหญ่ก็ยังคงลงทุนอยู่ เพียงแต่ใช้วิธีการหรือกลยุทธ์ในการลงทุนที่แตกต่างกัน ผมจึงแบ่งกลุ่มกลยุทธ์ที่นักลงทุนนิยมปรับใช้ลงทุน FIF Fund ในช่วง “ตลาดผันผวน” ได้เป็น 3 กลยุทธ์หลัก คือ

l ลงทุนให้ยาวขึ้น : นักลงทุนกลุ่มนี้มั่นใจว่า หากตนเองเลือกลงทุนตลาดหรือกองทุน และมั่นใจว่าตลาดที่ลงทุนนั้นมีความแข็งแกร่งในระยะยาว แต่ในระยะสั้นเมื่อตลาดโดยรวมผันผวน ก็ต้องเป็นไปตามสถานการณ์นั้น แต่เมื่อเหตุการณ์กลับสู่ภาวะปกติ ตลาดหรือกองทุนนั้นๆ จะสร้างผลตอบแทนที่ดีขึ้นได้ เพียงแต่เพิ่มระยะเวลาการลงทุนให้ยาวขึ้นเท่านั้นเอง เช่น มั่นใจในกองทุนหุ้นสหรัฐ เดิมกำหนดระยะเวลาลงทุนไว้ 1 ปี แต่เมื่อตลาดโดยรวมผันผวน พิจารณาเพิ่มระยะเวลาเป็น 2 ปี หรือมากกว่านั้น ระหว่างทางติดตามข่าวสารบ้างแต่ก็ไม่กังวลมากนัก

จุดเด่น กลยุทธ์นี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับนักลงทุนทุกคนในการลงทุน FIF Fund โดยเฉพาะกองทุนที่มีนโยบายลงทุนในหุ้น ซึ่งการกำหนดระยะเวลาที่เหมาะสมเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องพิจารณาในทุกประเภทการลงทุน

ข้อจำกัด นักลงทุนส่วนใหญ่คิดว่า การลงทุน FIF Fund แบบซื้อ ถือยาว จะให้ผลตอบแทนที่ดีและเติบโตเสมอ จนลืมติดตามสถานการณ์ต่างๆ และบางครั้งก็เกิดความเสียหายในการลงทุนกว่าจะเปลี่ยนแปลงได้ทัน

l ปรับพอร์ตตามสถานการณ์ : นักลงทุนกลุ่มนี้มักมีการลงทุน FIF Fund แบบจัดพอร์ต สนใจข่าวสาร มีการกำหนดกรอบระยะเวลาการลงทุนชัดเจน ติดตามสถานการณ์และความเคลื่อนไหวของตลาดประกอบการตัดสินใจ พร้อมที่จะปรับพอร์ต หากตลาดมีความผันผวน เพื่อลดความเสี่ยง หรือสร้างผลตอบแทน การใช้กลยุทธ์นี้อาจจะต้องพิจารณาหลายปัจจัยประกอบเสมอ เช่น ตลาดที่กองทุนลงทุนทั้งก่อนและหลังปรับ ระยะเวลาการลงทุน ทั้งนี้อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ขาดไม่ได้คือ เงินลงทุนที่ต้องใช้สำหรับการปรับพอร์ตการลงทุน เช่น ใช้เงินทุนในพอร์ตเดิมมาจัดสรรลงทุนพอร์ตใหม่ หรือเพิ่มเงินลงทุนเข้ามาเพื่อให้พอร์ตโตขึ้น ขึ้นอยู่กับภาวะตลาด และทิศทางการเปลี่ยนแปลงของตลาดขณะนั้น

จุดเด่น เป็นกลยุทธ์ที่ทำให้นักลงทุนมีการปรับพอร์ตที่ใกล้เคียงกับสถานการณ์การลงทุนในปัจจุบันมากที่สุด อาจจะพิจารณาตามสถานการณ์สำคัญๆ ที่ทำให้ตลาดผันผวน หรือทุกๆ 6 เดือน หรือตามความเหมาะสม

ข้อจำกัด ต้องศึกษาปัจจัยมากมาย เนื่องจากการปรับพอร์ตไม่มีรูปแบบตายตัว ต้องพิจารณาเงื่อนไขอื่นๆ ของตัวนักลงทุนเองประกอบ เช่น ความเสี่ยงที่สามารถรับได้ สัดส่วนการลงทุน FIF Fund ที่เหมาะสม ทั้งประเภท ตราสารหนี้ ผสม หรือตราสารทุน อีกทั้งเงินลงทุนที่ใช้ในการปรับพอร์ตก็เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องพิจารณา เพื่อให้การปรับพอร์ตมีประสิทธิภาพมากที่สุด

l สร้างผลตอบแทนระยะสั้น : นักลงทุนกลุ่มนี้จะมีลักษณะกล้าได้ กล้าเสีย มองว่าตลาดผันผวนเป็นโอกาสในการสร้างผลตอบแทนในระยะสั้น ไม่มีกรอบระยะเวลาการลงทุนที่ชัดเจน เป้าหมายคือได้ผลตอบแทนเร็ว ยิ่งสั้นยิ่งดี เช่น ลงทุนกองทุนหุ้นญี่ปุ่น ผลตอบแทนคาดหวัง 5-7% ระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือน เป็นต้น นักลงทุนที่ใช้กลยุทธ์นี้จะให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ทางเทคนิคมาพิจารณาประกอบการลงทุน และศึกษาปัจจัยทางเศรษฐกิจเป็นเรื่องรอง ยิ่งกองทุนไปลงทุนในตลาดที่มีความผันผวนมาก นักลงทุนก็จะมองเป็นโอกาสในการลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนในระยะสั้นได้มากเท่านั้น

จุดเด่น การใช้กลยุทธ์นี้สามารถเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนในระยะสั้นได้ ภายใต้ภาวะตลาดผันผวน สามารถใช้การวิเคราะห์ปัจจัยทางเศรษฐกิจ และการวิเคราะห์ทางเทคนิคมาประกอบการตัดสินใจลงทุน

ข้อจำกัด กลยุทธ์นี้เหมาะกับนักลงทุนที่ติดตามสถานการณ์ ข่าวสารและการเปลี่ยนแปลงของตลาดอย่างใกล้ชิด มีความรู้ในการวิเคราะห์ทางเทคนิคระดับหนึ่ง มีความรวดเร็วในการตัดสินใจ มีเงินลงทุนที่เตรียมไว้เพื่อลงทุนได้เมื่อมีโอกาส และนักลงทุนต้องยอมรับความเสี่ยงและผลขาดทุนในระดับสูงจากการลงทุนได้เช่นเดียวกัน

ทั้ง 3 กลยุทธ์ข้างต้น เป็นเพียงตัวอย่างของการลงทุน FIF Fund ในปัจจุบันที่พบมา ทั้งแบบลงทุนกองเดี่ยว หรือแบบจัดพอร์ต โดยนักลงทุนแต่ละรายอาจจะกำหนดกลยุทธ์การลงทุนแล้วตั้งแต่เริ่มต้น แต่เมื่อเกิดภาวะ “ตลาดผันผวน” ตัวนักลงทุนเองรวมถึงที่ปรึกษาการลงทุนจะต้องหารือ และประเมินว่ากลยุทธ์ที่ใช้อยู่ปัจจุบันนั้นต้องมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ทั้งนี้ จำเป็นจะต้องศึกษาปัจจัย เงื่อนไข และข้อจำกัดของผู้ลงทุนเอง ให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ที่จะใช้ในการลงทุน เพื่อให้การลงทุนมีประสิทธิภาพ และเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนในอนาคต “การลงทุนไม่มีสูตรสำเร็จ ต้องเลือกกลยุทธ์การลงทุนในแบบของเราเอง”

ขอให้ทุกท่านมีความสุขในการลงทุนนะครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท