กสิกรดันให้กู้บุคคลส่งท้ายปี ไม่ต้องมีหลักประกันผ่อนได้นาน
กสิกรฯ ปล่อยกู้บุคคลรับเทศกาลท่องเที่ยวปลายปี ผ่อนนาน 5 ปี สูงสุด 1.5 ล้าน ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำ
กสิกรฯ ปล่อยกู้บุคคลรับเทศกาลท่องเที่ยวปลายปี ผ่อนนาน 5 ปี สูงสุด 1.5 ล้าน ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำ
นางนพวรรณ เจิมหรรษา รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารได้พัฒนาบริการสินเชื่อบุคคลกสิกรไทย เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่รับเงินเดือนผ่านธนาคารกสิกรไทย และกลุ่มพนักงานประจำที่มีรายได้ตั้งแต่ 1.5 หมื่นบาทขึ้นไป ที่มีความต้องการเงินก้อนเพื่อนำไปใช้จ่ายที่จำเป็น โดยเฉพาะในช่วงปลายปีที่จะเข้าสู่ฤดูการท่องเที่ยว มีทั้งเทศกาลสำคัญ งานมงคล และการเปิดภาคเรียน จึงทำให้คนไทยมีความต้องการใช้เงินเพื่อการจับจ่ายเพิ่มขึ้น
“ธนาคารเห็นความสำคัญในการให้บริการสินเชื่อบุคคล เพื่อให้บริการแก่ลูกค้าบุคคลที่ต้องการใช้เงินก้อนเพื่อการจับจ่ายที่จำเป็นนอกเหนือจากการใช้จ่ายประจำวันทั่วไป อย่างไรก็ตามธนาคารยังตระหนักถึงการขยายขอบเขตการปล่อยสินเชื่อโดยจะเน้นการขยายตลาดอย่างระมัดระวัง มุ่งเจาะกลุ่มลูกค้าที่มีคุณภาพ ความเสี่ยงต่ำ ซึ่งธนาคารได้ตั้งเป้าการเติบโตของสินเชื่อบุคคลในปี 2559 ใกล้เคียงกับภาพรวมของตลาด” นางนพวรรณ กล่าว
ทั้งนี้ สินเชื่อบุคคลกสิกรไทยจะมีจุดเด่น คือ อัตราดอกเบี้ยพิเศษต่ำสุดที่ 0.76% ต่อเดือน ให้วงเงินกู้สูงสุด 5 เท่าของรายได้ หรือสูงสุดถึง 1.5 ล้านบาท ผ่อนชำระนาน 5 ปี โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์หรือบุคคลค้ำประกัน ไม่มีค่าธรรมเนียมจัดการให้กู้ และเมื่อได้รับอนุมัติวงเงินตามที่กำหนดจะได้รับของกำนัลด้วย ตั้งแต่วันนี้-สิ้นเดือน ธ.ค.นี้
สำหรับภาพรวมและทิศทางการดำเนินงานของผู้ประกอบการสินเชื่อบุคคล โดยเฉพาะธนาคารพาณิชย์ยังคงดำเนินนโยบายสินเชื่อที่ระมัดระวัง คัดกรองลูกค้าใหม่และขยายฐานลูกค้าอย่างเข้มงวด ขณะที่กลุ่มนันแบงก์บางรายจะเริ่มมุ่งเน้นการขยายฐานลูกค้าสู่พื้นที่ต่างจังหวัดที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มรายได้ ลดการกระจุกตัวและการแข่งขันของกลุ่มลูกค้าในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล
ก่อนหน้านี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้รายงานมูลค่าการใช้บัตรพลาสติกเพื่อการชำระเงินในระบบธนาคารพาณิชย์ และบริษัทผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (นันแบงก์) เดือน ก.ค.ที่ผ่านมา พบว่ามีมูลค่ารวม 1.19 ล้านล้านบาท ลดลงจากระยะเดียวกันปีก่อน 6,000 ล้านบาท หรือ 0.5% เป็นการลดลงต่อเนื่อง
ทั้งนี้ มีการใช้จ่ายแบ่งเป็นบัตรเอทีเอ็ม มีมูลค่าการใช้จ่ายผ่านบัตร 1.2 แสนล้านบาท ลดลงจากระยะเดียวกันปีก่อน 3 หมื่น ล้านบาท หรือ 20.13% ซึ่งลดลงทั้งการกดเงินสดและใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น







