posttoday
วางกลยุทธ์ลงทุนด้วย Wealth Management

วางกลยุทธ์ลงทุนด้วย Wealth Management

27 กันยายน 2559

โดย...ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์

โดย...ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์

จะขึ้นหรือไม่ขึ้นดอกเบี้ย?  เป็นคำถามที่เราๆ ได้ยินกันมาตลอดในช่วงนี้ และก็น่าจะมีการพูดถึงกันต่อไป เพราะถ้าเป็นเรื่องของการลงทุนแล้ว ข่าวสารเรื่องของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่พูดถึงภาวะเศรษฐกิจสหรัฐในทุกครั้ง ถูกนำไปคาดการณ์ถึงการขึ้นดอกเบี้ยและส่งผลต่อตลาดหุ้นแทบทุกครั้ง  แม้การประชุมในเดือน ก.ย. ล่าสุดเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยเอาไว้ก็ตาม ยังมีธนาคารกลางยุโรปอีกแห่งที่ยังต้องทำนั่นทำนี่เพื่อให้เศรษฐกิจดีขึ้น และก็ไม่แพ้กันคือธนาคารกลางญี่ปุ่นที่ทั่วโลกจับจ้องเช่นกันว่ารัฐบาลของ นายกฯ (มาริโอ) อาเบะ จะใช้ท่าไม้ตายอะไรกระตุ้นเศรษฐกิจให้นักลงทุนตื่นเต้นกันอีก ยังรวมไปถึงปัจจัยอย่างราคาน้ำมัน และการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐที่กำลังจะมา  ซึ่งเรื่องต่างๆ ทั้งหมดดูเหมือนส่งผลต่อบรรยากาศลงทุนเสมอ ในทุกครั้งที่มีการพินิจวิเคราะห์กัน แม้แต่ประเทศไทยเองเศรษฐกิจที่ยังชะลอ ล่าสุด กนง.คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายเอาไว้ แต่ยังมีเรื่องอื่นๆ ที่ยังต้องติดตามดู เช่น ตัวเลขหนี้ครัวเรือน การลงทุนของเอกชน ที่อาจเป็นตัวแปรต่อเศรษฐกิจ 

ขณะเดียวกันตลาดหุ้นไทยเราเองนั้น แม้ว่าเศรษฐกิจจะไม่แย่มากปัจจัยพื้นฐานต่างๆ ยังค่อนข้างดี แต่เนื่องจากตลาดหุ้นไทยมีสัดส่วนที่ไม่ใหญ่มาก (ปัจจุบันมีมูลค่าตลาดอยู่ที่ประมาณ 14 ล้านล้านบาท) เมื่อเทียบกับตลาดต่างประเทศ  นั่นคือการที่มีเงินลงทุนจากต่างประเทศไหลเข้าออก จึงมีผลกระทบต่อตลาดโดยเฉพาะในกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่  กล่าวคือ ความผันผวนจากการเคลื่อนย้ายเงินทุนบวกกับข่าวที่ส่งผลต่อบรรยากาศลงทุน นำพามาซึ่งความผันผวนที่มากขึ้นในปัจจุบัน และกระทบพอร์ตลงทุนในที่สุด

ผมกำลังจะชี้ให้เห็นว่าความผันผวนดังกล่าวหากเป็นนักเก็งกำไรระยะสั้นแล้ว อาจจะรับมือกับความผันผวนนี้ได้หรืออาจจะชอบด้วยซ้ำ เพราะมองว่าเป็นโอกาส แต่หากเป็นท่านๆ ที่พอร์ตลงทุนนั้นเป็น “การวางแผนทางการเงิน” สำหรับใช้จ่ายเพื่อวัตถุประสงค์แล้ว อย่างเรื่อง “วางแผนการเงินเมื่อเป็นคุณพ่อมือใหม่” หรือ “วางแผนทางการเงินเพื่อการศึกษาลูก” ที่ผมนำได้เสนอไปในครั้งก่อนนั้น อาจจะเรียกได้เลยว่าผลกระทบจากความผันผวนดังกล่าวเป็นเรื่องที่ไม่อยากให้เกิดเลย (เพราะทุกคนอยากมีเงินให้ลูกใช้ ไม่ได้อยากเป็นแมลงเม่าให้ลูกเห็น)

“ความไม่แน่นอนอันเป็นเหตุให้เกิดความผันผวนนั้น จึงต้องบริหารจัดการด้วยกลยุทธ์กับเครื่องมือการลงทุนที่เหมาะสม แต่ที่สำคัญคือการที่ต้องมีผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาการลงทุนตลอดเวลา ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการให้บริการทางการเงินของ Wealth Management”

ที่บริษัทหลักทรัพย์ KTBST คือ เราให้บริการที่ปรึกษาการลงทุนในแต่ละภาวะตลาด ด้วยผลิตภัณฑ์การลงทุนที่หลากหลาย อาทิ การลงทุนหุ้นในประเทศ หุ้นต่างประเทศ กองทุนรวม กองทุนส่วนบุคคล ตราสารหนี้เอกชน ตราสารหนี้ภาครัฐ ด้วยการใช้กลยุทธ์จับจังหวะลงทุน (Timing) และกระจายการลงทุน (AssetAllocation) ในหลากหลายสินทรัพย์และที่สำคัญคือ การติดตามดูภาวะตลาดและปัจจัยต่างๆ เพื่อให้คำแนะนำในการปรับพอร์ตลงทุน (AdjustMonitor)

ช่วงประมาณ 3 เดือนที่ผ่านมา KTBST Wealth Management เราบริหารพอร์ตการลงทุนและได้รับความชื่นชมจากนักลงทุนค่อนข้างดี ด้วยผลตอบแทนจากผลิตภัณฑ์ทางการเงิน และกลยุทธ์ลงทุนจากทีมวิเคราะห์ ทำให้ในช่วงที่ตลาดหุ้นผันผวน แต่ KTBST ยังสร้างผลตอบแทนที่ดีแก่ลูกค้าของเรา ตัวอย่างพอร์ตที่ขออนุญาตแนะนำให้แก่นักลงทุนเพื่อเผชิญความผันผวนในช่วงนี้ ผมขอแนะนำตามตารางประกอบ

การคอยดูแลพอร์ตของนักลงทุนให้ได้รับผลตอบแทนที่ดีที่สุดบนความเสี่ยงที่เหมาะสม คือ การวางแผนการเงินและใช้เครื่องมือลงทุนที่ถูกต้อง ดังนั้นปัจจัยลบที่เกิดขึ้นสามารถลดความเสี่ยงเพื่อรอปัจจัยบวกกลับมา ในขณะเดียวกันปัจจัยบวกคือโอกาสในการทำกำไร แต่เราไม่สามารถรู้ได้ว่าช่วงไหนจะเกิดปัจจัยลบหรือปัจจัยบวก ดังนั้นจึงต้องมีที่ปรึกษาการลงทุนที่คอยวิเคราะห์ติดตามสถานการณ์ตลอดเวลา

“KTBST เราใช้ความเชี่ยวชาญบริหารจัดการเรื่องนี้โดยเฉพาะ คือมีผลิตภัณฑ์ลงทุนหลากหลายให้เลือก ให้กลยุทธ์และคำแนะนำ และสุดท้ายคือให้ผลตอบแทนที่ดี นั่นคือ “KTBST Wealth Management”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท