posttoday
BPP เคาะราคาไอพีโอ

BPP เคาะราคาไอพีโอ

27 กันยายน 2559

ซีลิคเซ็นอันเดอร์ไรท์เดือนต.ค. เทรด mai ไตรมาส 4

ซีลิคเซ็นอันเดอร์ไรท์เดือนต.ค. เทรด mai ไตรมาส 4

บ้านปู เพาเวอร์ ระดมทุน 1.1-1.3 หมื่นล้าน APM ส่งซีลิคผู้นำผลิตกาวอุตสาหกรรมขาย 80 ล้านหุ้น

บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ (BPP) ประกอบธุรกิจการลงทุนในบริษัทอื่น (โฮลดิ้ง) ธุรกิจหลัก ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า เตรียมเสนอขายหุ้นให้ประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) จำนวน 648.49 ล้านหุ้น กำหนดช่วงราคาหุ้นละ 18-21 บาท มูลค่า 11,672,865,000-13,618,342,500 บาท โดยจะสรุปราคาขายวันที่ 17 ต.ค.นี้

ทั้งนี้ จะเสนอขายให้กับผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัท บ้านปู (BANPU) จำนวน 210 ล้านหุ้น ในอัตรา  23.1725 หุ้นต่อ 1 หุ้น BPP ในวันที่ 10-13 ต.ค.นี้ ส่วนผู้ลงทุนในประเทศจำนวน 306.94 ล้านหุ้น วันที่ 18-20 ต.ค.นี้ แบ่งขายบุคคลทั่วไป 166.94 ล้านหุ้น สถาบันในประเทศ 140 ล้านหุ้น และสถาบันต่างประเทศอีก 131.55 ล้านหุ้น จะเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)

ด้าน นายเสกสรรค์ ธโนปจัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ (APM) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินของบริษัท ซีลิค คอร์พ (SELIC) ผู้ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายกาวอุตสาหกรรม เปิดเผยว่าในเดือน ต.ค.นี้ จะเซ็นสัญญาแต่งตั้งผู้จัดจำหน่ายหุ้นจำนวน 80 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท เข้าตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) ในไตรมาส 4 ปัจจุบัน SELIC มีทุนจดทะเบียน 140 ล้านบาท มีทุนเรียกชำระแล้ว 100 ล้านบาท นับหนึ่งไฟลิ่งเมื่อวันที่ 17 ก.ย.ที่ผ่านมา

สำหรับจุดแข็งของ SELIC คือ มีการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา โดยมีทีมวิจัย 23 คน และมีห้องแล็บที่มีคุณภาพอีกทั้งมีเครื่องจักรและเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อใช้พัฒนาผลิตภัณฑ์เน้นกลุ่มสินค้าเพิ่มมูลค่า (Value Added) ที่มีอัตรากำไรที่สูง บริษัทส่งออกไป 27 ประเทศทั่วโลกกระจายหลากหลายอุตสาหกรรม อาทิ อาหารและเครื่องดื่ม สินค้าอุปโภคและบริโภค เฟอร์นิเจอร์ ยานยนต์ ก่อสร้าง และอื่นๆ บริหารความเสี่ยงหากอุตสาหกรรมใดชะลอตัว

“จุดแข็งของ SELIC คือ เป็นบริษัทที่มีคนไทยเป็นผู้ประกอบการเพียงรายเดียวที่มีทีมวิจัยพัฒนาสินค้าของตัวเอง สามารถแข่งกับต่างชาติที่มีในไทย 2 รายได้” นายเสกสรรค์ กล่าว

อย่างไรก็ดี ในช่วง 3 ปี (2556-2558) รายได้ลดลงเฉลี่ย 7.79% ต่อปี เนื่องจากปรับแผนการขายสินค้าเน้นสินค้าที่บริษัทผลิตเองมีอัตรากำไรที่สูงและมีความได้เปรียบคู่แข่ง ส่งผลให้อัตรากำไรและกำไรสุทธิในช่วง 3 ปี เติบโตเฉลี่ย 153.70% ต่อปี ส่วน 6 เดือน ปี 2559 มีอัตรากำไรสุทธิ 7.36% อัตรากำไรขั้นต้น 30.47% จากปี 2556 ทำได้เพียง 0.88% และ 20.47%

นายเอก สุวัฒนพิมพ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SELIC กล่าวว่า ธุรกิจของบริษัทยังมีโอกาสเติบโตสูงทั้งผลิตภัณฑ์เดิมและการพัฒนาต่อยอดไปสู่สายผลิตภัณฑ์ใหม่ มีผลวิจัยมูลค่าตลาดกาวโลกในปี 2558 อยู่ที่ 4.74 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ คาดในปี 2563 จะเพิ่มเป็น 5.97 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เติบโตเฉลี่ย 4.72% ต่อปี โดยเฉพาะในอาเซียน เพราะเป็นฐานการผลิตของหลายอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจเติบโตสูง

สำหรับกลยุทธ์การแข่งขันส่วนหนึ่งจะมีทีมงานด้านเทคนิคที่ออกแบบและวิจัยผลิตภัณฑ์กาวให้ตรงกับความต้องการและเครื่องจักรของลูกค้า โดยมีการกำหนดราคาเทียบกับต้นทุนทั้งหมดบวกอัตรากำไรที่ (Cost Plus Margin) และไม่มีนโยบายแข่งขันด้านราคาเพราะสินค้าที่มีคุณภาพสูง

ขณะที่โครงการลงทุนในอนาคต (ปี 2560-2561) 3 โครงการ 1.เครื่องมือเครื่องใช้สำหรับแผนกวิจัยและพัฒนามูลค่าประมาณ 40 ล้านบาท 2.ปรับปรุงอาคารและระบบการผลิตให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นมูลค่าประมาณ 40 ล้านบาท และ 3.พัฒนาระบบซอฟต์แวร์มูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท