
ครอบงำกิจการฮิต เฉียด5หมื่นล้านกย.
ก.ล.ต.เปิดดีลครอบงำกิจการเฉพาะเดือน ก.ย.เฉียด 5 หมื่นล้าน “พิชญ์” ซื้อ JAS นำลิ่ว ที่ปรึกษาอิสระแนะผู้ถือหุ้น DGST ขายหุ้น 5 บาทให้กองทุน North Haven
ก.ล.ต.เปิดดีลครอบงำกิจการเฉพาะเดือน ก.ย.เฉียด 5 หมื่นล้าน “พิชญ์” ซื้อ JAS นำลิ่ว ที่ปรึกษาอิสระแนะผู้ถือหุ้น DGST ขายหุ้น 5 บาทให้กองทุน North Haven
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เผยแพร่แบบประกาศเจตนาในการเข้าซื้อกิจการเพื่อครอบงำกิจการ (เทคโอเวอร์) ตามแบบ 247-3 ว่า ระหว่างวันที่ 19-23 ก.ย. 2559 มีรายการประกาศเพื่อครอบงำกิจการรวมทั้งสิ้น 5 รายการ มูลค่ารวมกว่า 4.76 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วย นายพิชญ์ โพธารามิก การประกาศรับซื้อหุ้นบริษัท จัสมิน เทเลคอม ซิสเต็มส์ (JTS) มูลค่า 1,059.68 ล้านบาท การประกาศซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล (JAS) มูลค่า 3.97 หมื่นล้านบาท
บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค (PF) ซื้อบริษัท ไทย พร็อพเพอร์ตี้ (TPROP) มูลค่า 277.12 ล้านบาท และบริษัท CHIN-POON INDUSTRIAL ซื้อหุ้นบริษัท ดราโก้ พีซีบี (DRACO) มูลค่า 298.42 ล้านบาท และการประกาศซื้อหุ้นทั้งหมดของ ดีเอสจี อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ DSGT จาก North Haven Private Equity Asia Angel Company Limited หรือ NHPEA IV L.P. มูลค่า 6,299.99
ล้านบาท
ทั้งนี้ NHPEA IV L.P. เป็นกองทุนประเภท Closed-end Private Equity มีเงินทุนภายใต้การบริหารจัดการ จํานวน 1,700 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อการลงทุนในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ มอร์แกน แสตนเลย์ หน้าที่หลักของผู้จัดการกองทุน คือให้คําแนะนําแก่ General Partner และหน้าที่ของ General Partner คือการแสวงหาโอกาสลงทุน ตัดสินใจลงทุน และดูแลผลการดําเนินงานหลังจากลงทุนแล้วทั้งนี้ผู้จัดการกองทุน และGeneral Partner เป็นบริษัทย่อยที่ มอร์แกน สแตนเลย์ มีอํานาจควบคุม
บริษัท ดิสคัฟเวอร์ แมเนจเม้นท์ ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ แนะผู้ถือหุ้น DSGT ขายหุ้นในการทำคำเสนอซื้อหุ้นครั้งนี้ เนื่องจากกำหนดราคาเสนอซื้อที่ 5 บาท/หุ้น มีความสมเหตุสมผล และสูงกว่าในช่วงราคาเหมาะสมตามที่ที่ปรึกษาทางการเงินอิสระประเมินได้ อยู่ในช่วงระหว่าง 3.21-4.49 บาท/หุ้น
นายวิชา โตมานะ กรรมการผู้จัดการ สายงานวาณิชธนกิจ บริษัท หลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) ระบุว่า การซื้อกิจการ การควบรวมกิจการ เป็นสิ่งที่คู่กับตลาดทุนอยู่แล้ว และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะผู้บริหารยุคใหม่จะเน้นสร้างฐานธุรกิจที่เติบโตจากภายนอก ทำให้การซื้อกิจการจะได้ประโยชน์ได้ทันทีและเป็นกระแสที่เกิดขึ้นทั่วโลกในการสร้างความแข็งแกร่ง
“ผมว่าการซื้อขายกิจการเป็นเรื่องของจังหวะและโอกาสที่ลงตัวมากกว่า การเข้าตลาดหลักทรัพย์ไม่นานแล้วถูกซื้อกิจการไม่น่าจะใช่ประเด็นใหญ่ และเทรนด์นี้กำลังมาแรง คงจะได้เห็นอีกหลายดีล ในเร็วๆ นี้ เพราะการควบรวมกิจการหรือ M&A เป็นเครื่องมือทางการเงินชนิดหนึ่งที่สร้างการเติบโตได้รวดเร็ว และผู้บริหารรุ่นใหม่ก็ชอบใช้วิธีนี้ อยากให้มองเรื่อง Synergy มากกว่าเกมการเงิน เพราะถ้าธุรกิจไม่ดีจริง คนซื้อคงไม่ใช้เงินจำนวนไม่ใช่น้อยๆ ไปทิ้ง หรือฝั่งคนขายเองก็คงประเมินความเหมาะสมมาแล้วคงไม่โยนธุรกิจที่สร้างมานานทิ้งไปง่ายๆ” นายวิชา กล่าว







