
2บลจ.ผุดกองตราสารหนี้ลูกเล่นใหม่
‘กสิกร’แบ่งฝากเงินแบงก์เอมิเรตส์ ไทยพาณิชย์จ่ายอิงดอกเบี้ยขยับขึ้น
โพสต์ทูเดย์
— บลจ.กสิกรไทยขายกองทุนตราสารหนี้มูลค่าหมื่นล้าน ลงทุนพันธบัตรไทยฝากแบงก์ในเอมิเรตส์ 6 เดือน “ไทยพาณิชย์” จ่ายผลตอบแทนลอยตัวพร้อมบวกเพิ่มจากดอกเบี้ยเงินฝากอิง 4 แบงก์ใหญ่นายพัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย (บลจ.) เปิดเผยว่า บริษัทจะเสนอขายกองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ 6 เดือน ไอ (KFI6MI) วันที่ 2430 ส.ค. 2553 เพื่อตอบรับความต้องการของผู้ลงทุนที่ต้องการทางเลือกลงทุนระยะสั้น ที่ให้โอกาสรับผลตอบแทนสูงกว่าการลงทุนในตราสารหนี้ในประเทศที่มีอายุตราสารเท่ากัน ขนาด 1 หมื่นล้านบาท เน้นลงทุนพันธบัตรรัฐบาลไทยประมาณ 76% ของพอร์ตการลงทุนและอีก 24% เพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนเพิ่มเติมด้วยการลงทุนในเงินฝากประจำ 6 เดือนของธนาคารเอมิเรตส์ เอ็นดีบี (ENDB) ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ซึ่งคาดว่าจะให้โอกาสรับผลตอบแทนปลอดภาษีถึง 1.80% ต่อปี ลงทุนขั้นต่ำ 1 หมื่นบาท
“ความน่าสนใจของกองทุนนี้ คือ การตอบโจทย์ผู้ลงทุนที่ไม่พร้อมลงทุนระยะยาวด้วยทางเลือกในการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลในประเทศ โดยผลตอบแทนที่เพิ่มเติมขึ้นนี้มาจากส่วนเงินฝากประจำ 6 เดือน ของธนาคาร ENDB และป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน” นายพัชรกล่าวสำหรับความกังวลเกี่ยวกับปัญหาด้านการเงินและฟองสบู่ในดูไบ นายพัชร กล่าวว่า ธนาคารเอมิเรตส์ เอ็นดีบี เป็นธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และมีรัฐบาลของดูไบเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ เรื่องคุณภาพของสินเชื่อ แม้ยังมีแนวโน้มหนี้เสียที่เพิ่มขึ้นจากการปล่อยกู้ในดูไบ แต่ด้วยทุนของธนาคารที่สูงถึง 19.6% ของทรัพย์สิน ประกอบกับการที่ธนาคารได้ตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญจำนวน 1,942 ล้านเหรียญ หรือคิดเป็นอัตราส่วนสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพที่ 113.82% ทำให้ธนาคารมีความสามารถรองรับหนี้เสียได้ถึง 10% ขณะที่ไตรมาส 2 ปี 2553 ธนาคารมีหนี้เสียอยู่เพียง 3%
นอกจากนี้ แม้ว่าสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จะยังไม่มีการตรากฎหมายเพื่อคุ้มครองเงินฝาก แต่ธนาคารกลางของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้ออกประกาศเรื่องการค้ำประกันเงินฝากในทุกธนาคารของประเทศเป็นการผลักดันให้เกิดการบังคับใช้ตามกฎหมาย ซึ่งปัจจัยเหล่านี้น่าจะทำให้นักลงทุนคลายความกังวลในการฝากเงินกับของสถาบันการเงินในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ลง
“
เราเชื่อว่าถ้าเกิดปัญหาขึ้น รัฐบาล UAE จะเข้ามาให้ความช่วยเหลือสถาบันการเงินในประเทศทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นของธนาคารของรัฐดูไบ หรืออาบูดาบี เหมือนอย่างที่เคยทำมาแล้วช่วงเกิดปัญหาสภาพคล่องในปี 2551 นอกจากนี้ธนาคารกลางของ UAE ก็ยังเปิดให้ธนาคารต่างๆ กู้ยืมเงินมาใช้ได้ในภาวะวิกฤต ซึ่งที่ผ่านมายังไม่เคยมีธนาคารใดขอกู้ยืมเงินเลย อีกทั้งธนาคารกลางยังนำเงินส่วนหนึ่งเข้าไปฝากไว้ในทุกธนาคารของ UAE” นายพัชร กล่าวด้านนางโชติกา สวนานนท์ กรรมการผู้อำนวยการ บลจ.ไทยพาณิชย์ กล่าวว่า บริษัทเตรียมเปิดขายกองทุนตราสารหนี้รูปแบบใหม่ 2 กอง ได้แก่ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ตราสารหนี้ 6Y10M (SCBFI6Y10M) วันที่ 2026 ส.ค.นี้ ลงทุนในตราสารหนี้บริษัทเอกชนชั้นดี 5 บริษัทที่เสนอขายทั้งในและต่างประเทศ เช่น บริษัท ปตท. ได้รับการจัดอันดับเครดิตระดับ AAA บริษัท ทางด่วนกรุงเทพ เครดิต A บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ A บริษัท แสนสิริ BBB+ และบริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา เครดิต A โดยมีอายุโครงการ 6 ปี 10 เดือน ขนาด 1,500 ล้านบาท ลงทุนขั้นต่ำ 1 หมื่นบาท
ทั้งนี้ ในช่วง 3 ปีแรก บริษัทจะจ่ายผลตอบแทนแบบลอยตัวอ้างอิงกับดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 6 เดือนของ 4 ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารกรุงไทย พร้อมบวกเพิ่มให้อีก 2% โดยปรับอัตราดอกเบี้ยทุก 3 เดือน กองทุนจะจ่ายผลตอบแทนทุก 3 เดือน เพื่อให้สอดคล้องกับแนวโน้มดอกเบี้ยช่วงขาขึ้นและไม่ให้ผู้ลงทุนเสียโอกาส ส่วนช่วงที่เหลืออีก 3 ปี 10 เดือน จ่ายผลตอบแทนคงที่ 4%
“
การจ่ายผลตอบแบบลอยตัวช่วง 3 ปี แรกช่วยให้นักลงทุนคลายกังวลหากดอกเบี้ยเงินฝากและยังล็อกผลตอบแทนในช่วงที่เหลือเพื่อรักษาผลตอบแทนในระดับที่ดีไว้หากดอกเบี้ยปรับลดลง” นางโชติกา กล่าวบริษัทยังเตรียมเปิดขายกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ตราสารหนี้อัตราดอกเบี้ยลอยตัว (SCBFFF) อายุโครงการ 1 ปี 9 เดือน ขนาด 2,000 ล้านบาท วันที่ 2430 ส.ค. 2553 ลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐไม่ต่ำกว่า 80% และให้ผลตอบแทนเป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัวทุก 3 เดือน อ้างอิงกับดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 6 เดือน ของ 4 ธนาคารพาณิชย์ใหญ่ โดยกองทุนจะบวกเพิ่มให้อีก 0.50%







