
สมาคมบลจ.ขอเพิ่มออมกองเลี้ยงชีพ
โพสต์ทูเดย์
— สมาคมเล็งหารือสมาชิกก่อนชงรัฐ เพิ่มเพดานออมผ่านกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจากอัตรา 15% หวังสมาชิกออมเพิ่มน.ส.อารยา ธีระโกเมน กรรมการ อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทิสโก้ ในฐานะอุปนายกและประธานกลุ่มธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ สมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) เปิดเผย ว่า ช่วงครึ่งแรกของปี2553 ธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมีสินทรัพย์สุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 5.40 สนล้านบาท จากสิ้นปี2552 ที่ 5.14 แสนล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 5.05% โดยมีจำนวนกองทุน 495 กองทุน ครอบคลุมสมาชิกกว่า 2.28 ล้านคน มีบริษัทนายจ้างที่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพประมาณ 10,762 บริษัท ในขณะที่มีบริษัทที่จดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์อยู่ประมาณ 5.34 แสนบริษัท โอกาสเติบโตจึงยังมีอีกมาก โดยในช่วงที่เศรษฐกิจฟื้นตัวนี้น่าจะเป็นโอกาสที่ดีในการเติบโตของธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
สมาคมฯ เตรียมหารือกับสมาชิก เพื่อเสนอภาครัฐพิจารณาขยายเพดานในการออมผ่านกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้มากกว่าเพดานเดิมที่ 15% ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถช่วยเพิ่มเม็ดเงินออมผ่านกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้ในระดับหนึ่ง แม้ว่าปัจจุบันอัตราการออมผ่านกองทุนสำรองเลี้ยงชีพในระบบเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 56%
สำหรับเพดานสูงสุดที่เป็นวงเงิน 5 แสนบาท คงไม่ต้องขยายขึ้น เพราะประโยชน์จะตกกับผู้มีรายได้มากเพียงกลุ่มเดียว แต่การเพิ่มเพดานออมเกิดประโยชน์กับวงกว้าง
นอกจากนี้ สมาคมฯ ยังจะเสนอให้เปิดโอกาสให้สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพสามารถออมเพิ่มได้มากกว่าส่วนสมทบของนายจ้าง จากปัจจุบันที่กฎหมายกองทุนสำรองเลี้ยงชีพกำหนดให้สมาชิกออมได้ไม่เกินกว่าอัตราที่นายจ้างสมทบ เช่น นายจ้างสมทบให้ 5% ลูกจ้างก็จะสะสมได้เต็มที่ 5%
“
เชื่อว่าภาครัฐจะเห็นประโยชน์และสนับสนุนให้สมาชิกมีโอกาสออมเพิ่มฝ่ายเดียว เพื่อชีวิตหลังเกษียณและยังช่วยลดภาระของรัฐในการดูแลคนกลุ่มนี้ในอนาคต”ทางด้านของฝ่ายนายจ้างเองไม่น่ามีปัญหา เพราะมีอัตราการสมทบขั้นต่ำที่ 2% แต่ไม่เกิน 15% กำหนดไว้อยู่แล้ว







