
'เวที แสง สี เสียง' และความรู้เรื่องทางการเงิน
เมื่อผมและทีมงานเครดิตบูโรได้รับการติดต่อจากผู้บริหาร อัลคาซ่าร์ พัทยา บอกว่าสนใจอยากให้เครดิตบูโรไปเล่าเรื่องความสำคัญของการออม สุขภาพทางการเงิน การเตรียมตัวไปขอสินเชื่อ และข้อควรระวังในเรื่องเงินๆ ทองๆ พร้อมไปกับการนำรถตรวจเครดิตบูโรไปให้บริการฟรี เพื่อตรวจสอบว่าในปัจจุบันตอนนี้ เวลานี้ ตัวของเรามีหนี้ที่ไหนบ้าง มีกี่บัญชี เป็นหนี้ประเภทไหนบ้าง กู้บ้าน กู้รถ บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล การชำระหนี้ที่ผ่านมาเป็นอย่างไร มีค้างชำระบ้างหรือไม่
เมื่อผมและทีมงานเครดิตบูโรได้รับการติดต่อจากผู้บริหาร อัลคาซ่าร์ พัทยา บอกว่าสนใจอยากให้เครดิตบูโรไปเล่าเรื่องความสำคัญของการออม สุขภาพทางการเงิน การเตรียมตัวไปขอสินเชื่อ และข้อควรระวังในเรื่องเงินๆ ทองๆ พร้อมไปกับการนำรถตรวจเครดิตบูโรไปให้บริการฟรี เพื่อตรวจสอบว่าในปัจจุบันตอนนี้ เวลานี้ ตัวของเรามีหนี้ที่ไหนบ้าง มีกี่บัญชี เป็นหนี้ประเภทไหนบ้าง กู้บ้าน กู้รถ บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล การชำระหนี้ที่ผ่านมาเป็นอย่างไร มีค้างชำระบ้างหรือไม่
แต่สิ่งที่ทำให้ตัวผมทึ่งในเรื่องของการจัดการทางการเงินของบรรดาพนักงาน ลูกจ้าง นักแสดง มีดังนี้
1.เจ้าของกิจการและพนักงาน มีการจัดโครงการออมทรัพย์ลักษณะกองทุนคล้ายๆ สหกรณ์ออมทรัพย์คือ พนักงานร่วมใจออม เจ้าของใส่เงินสมทบ เอาเงินไปลงทุนแบบไม่เสี่ยง มีการทำบัญชีเปิดเผย ใครขาดเหลือมากู้ยืมไปไม่ต้องไปกู้นอกระบบ แต่ต้องใช้คืนจนหมดก่อนกู้ได้ใหม่อีกรอบ ใครไม่กู้มีเงินปันผลคืน ลักษณะร่วมด้วยช่วยกัน
2.ผู้บริหาร ดูแลพนักงานเหมือนพี่น้อง ครอบครัว มีการจัดอาหารให้ทาน ใครไม่ทานก็รับเป็นเงินสดไปมื้อละเท่าไหร่ก็ว่ากันไปไม่ได้บังคับ แต่ขอบอกว่ากับข้าวอร่อยมาก
3.มีการตรวจสุขภาพกายเป็นประจำเพื่อลดความเสี่ยง มีการตรวจสุขภาพใจ ด้วยการเชิญพระมาเทศนาจากวัดชลประทาน มีการตรวจสุขภาพทางการเงินโดยทำผ่านเครดิตบูโรหรือผ่านสถาบันการเงิน
4.ช่วยกันหารายได้ เช่น หลังการแสดงก็มีการออกมาถ่ายภาพกับนักท่องเที่ยว ได้รับทิป ก็จะมีการแบ่ง กำหนดเป็นสัดส่วนว่านักแสดงตัวเอก ตัวรอง ตัวประกอบ คนที่อยู่เบื้องหลังจะได้กันคนละเท่าใดคล้ายๆ กับระบบการแบ่งค่าธรรมเนียมระหว่าง Front Office กับ Back Office
5.มีระเบียบวินัยในการทำงานมาก เพราะการแสดงแต่ละชุดราว 15-20 นาที จะต้องใช้พลังมาก ลองคิดดูครับว่าเต้นรำโชว์แบบอินเดียต่อเนื่องกันบนรองเท้าส้นสูงและต้องแบกเครื่องแต่งตัว ไปพร้อมกับการยิ้ม ยิ้ม และก็ยิ้ม ผมยอมรับว่านี่คือตัวตนของมืออาชีพจริงๆ
กลับมาที่คำถามของพนักงานทั้งหลายในการบรรยายของเครดิตบูโรนั้นมีอะไรบ้างที่น่าสนใจ ผมขอเรียนดังนี้ครับ
1.ถ้าเพื่อนมาขอยืมเงิน มาขอให้ค้ำประกัน เราควรมีหลักคิดอย่างไร และหากเราไม่พร้อมควรทำอย่างไรที่นุ่มนวล
2.เคยถูกชวนให้ทำประกันชีวิต ประกันภัยโดยเป็นหนี้ผ่านบัตรเครดิต คิดว่าทำถูกต้องหรือไม่
3.จะเก็บเงินให้พอใช้หลังจากอายุมากหรือหลังเกษียณจากงานควรจะเก็บจะเตรียม จะหามาเติมอย่างไรดี
4.คิดจะมีบ้าน จะกู้บ้านต้องเตรียมการอย่างไรบ้าง เพราะเหตุว่าตนเองไม่มีรายได้ประจำแบบพนักงานบริษัททั่วไป
5.ถ้าต้องเป็นหมอหนี้ด้วยความจำเป็นจะมีหลักคิด มีเทคนิคการดูอาการและระดับความร้ายแรงในคนที่มาปรึกษาอย่างไรได้บ้าง มีเครื่องมืออะไรช่วย
6.มาตรวัดในการบอกว่าเรามีสุขภาพทางการเงินดีมาก ดี แย่ และแย่เอามากๆ จะดูจะวัดได้จากตรงไหน ถ้าเอารายได้เป็นตัวตั้งต้น
7.ท้ายสุดผมได้นำเสนอสมการชีวิตแบบใหม่ที่ต่างจากเดิมคือ “รายได้-เงินออมทันทีอย่างน้อย 20%=รายจ่าย ซึ่งก็คือความร่ำรวยเท่าที่เรามี” เพราะไอ้ที่มีปัญหากันทุกวันนี้คือมี 100 ใช้ 120 หรือไปเปรียบเทียบกับใครเค้า อยากเป็นแบบคนอื่น แต่ไม่ได้มีรายได้เหมือนคนอื่นนั่นคือประเด็น
สิ่งที่ทำให้เครดิตบูโรได้รู้และเข้าใจมากขึ้นคือ ยังมีผู้คนในหลากหลายอาชีพ หลายที่ ที่อยากให้มีคนหรือองค์กร ไปให้ความเข้าใจที่ถูกต้อง อะไรคือสิ่งที่เหมาะที่ควรจะทำ อะไรคือสิ่งที่ต้องหลีกหนี ต้องไม่ทำ ท้ายที่สุดครับ “เวที แสง สี เสียง ผู้คน และความรู้เรื่องทางการเงินก็มาบรรจบกันได้”
ผมได้รับเสียงสะท้อนกลับมาว่า เขามีความสุขที่ได้เรียนรู้ร่วมกัน...ขอบคุณครับ







