
ติดอาวุธอี-คอมเมิร์ซ ผ่านธุรกิจโลจิสติกส์
การเติบโตของอี-คอมเมิร์ซในประเทศไทยเพิ่มขึ้นเป็นอัตราก้าวกระโดด และหลายฝ่ายยังไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะเพิ่มขึ้นขนาดไหนในปีนี้
โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
การเติบโตของอี-คอมเมิร์ซในประเทศไทยเพิ่มขึ้นเป็นอัตราก้าวกระโดด และหลายฝ่ายยังไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะเพิ่มขึ้นขนาดไหนในปีนี้ หลังปีที่ผ่านมามีมูลค่ากว่า 2 ล้านล้านบาท แต่หนึ่งในตัวแปรที่ทำให้อี-คอมเมิร์ซเติบโตก็คือระบบขนส่ง ซึ่งปัจจุบันไม่ใช่แค่ส่งได้เร็วอย่างเดียว แต่ต้องช่วยพ่อค้าแม่ค้าประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายด้วย
สุทธิเกียรติ จันทรชัยโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชิปป๊อป ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มรวมระบบขนส่ง เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้การส่งสินค้าของพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์มีตัวเลือกเพียงไม่กี่ราย เช่น ไปรษณีย์ไทย หรือบริษัทขนส่งระดับโลก เช่น ดีเอชแอล แต่ปัจจุบันเริ่มมีผู้ให้บริการรายย่อย รวมถึงสตาร์ทอัพเข้ามาให้บริการเช่นกัน
การมีตัวเลือกมากขึ้นนั้นมีข้อดี คือ สร้างความหลากหลายให้กับพ่อค้าแม่ค้า แต่ก็มีข้อเสียคือสร้างความสับสน และเสียเวลาในการเปรียบเทียบราคา ทำให้บริษัทตัดสินใจพัฒนาแพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อกับระบบขนส่งต่างๆ เพื่อรวบรวมข้อมูลให้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ พร้อมกับเชื่อมต่อฐานข้อมูลกับระบบขนส่งต่างๆ เพื่อทำให้การติดตามสินค้าทำได้ดีขึ้น
ปัจจุบัน ชิปป๊อปเชื่อมต่อกับไปรษณีย์ไทย เพื่อเปิดช่องพิเศษให้กับผู้ใช้งาน โดยเฉพาะพ่อค้าแม่ค้าสามารถกรอกข้อมูลผ่านระบบและสั่งพิมพ์เป็นกระดาษจ่าหน้าซอง ก่อนติดลงบนสินค้า และนำส่งที่ศูนย์ไปรษณีย์ทั้ง 47 แห่งทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑลได้ทันที
นอกจากนี้ ล่าสุดชิปป๊อปยังได้เชื่อมต่อระบบกับ Niko’s Logistics หนึ่งในผู้เล่นในตลาดขนส่งแบบดั้งเดิม เพื่อเป็นพาร์ตเนอร์ในเรื่องการแสดงราคา และการไปรับสินค้ายังจุดที่กำหนด เช่น หน้าบ้าน หรือโกดังสินค้า เพื่อส่งให้กับลูกค้าได้เร็ว และตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน
“การร่วมมือกันระหว่างชิปป๊อปและนิโก้โลจิสติกส์ จะเข้ามาช่วยให้การขนส่งในระบบอี-คอมเมิร์ซที่มีการรับส่งในกรุงเทพฯ และปริมณฑลสะดวก ด้วยราคาที่ถูกลงเพื่อช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอี พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ สะดวกและเชื่อมั่นได้มากขึ้น” สุทธิเกียรติ กล่าว
สำหรับภาพรวมตลาดการขนส่งในปีนี้ คาดการณ์ว่ายังเติบโตเช่นเดิม ส่วนรายได้ของบริษัทปีนี้มีโอกาสเติบโต 100% ทุกเดือนเช่นเดิม มาจากการคิดค่าธรรมเนียมในการใช้ระบบ และการร่วมมือกับ Niko’s Logistics นั้น จะทำให้การส่งสินค้าแบบ Door to Door สามารถเข้าถึงได้ทุกระดับ ผ่านราคาบริการเริ่มต้น 50 บาท
ก่อนหน้านี้ สิทธิศักดิ์ วงศ์สมนึก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ก่อตั้ง จิสซ์ติก (GIZTIX) ผู้ให้บริการมาร์เก็ตเพลสเกี่ยวกับโลจิสติกส์ กล่าวว่า โอกาสของบริการโลจิสติกส์ยังเติบโตได้อีกมาก โดยเฉพาะการนำนวัตกรรมใหม่มาช่วยเหลือผู้ให้บริการขนส่งแบบดั้งเดิม
“ผมทำงานเกี่ยวกับโซลูชั่นโลจิสติกส์มาก่อน และรู้ว่าปัญหาของธุรกิจนี้คืออะไร เอาง่ายๆ ก็เช่นความไม่โปร่งใส และการแข่งขันเรื่องราคา ดังนั้นการมีมาร์เก็ตเพลสกลางเพื่อรวมผู้ให้บริการโลจิสติกส์ดั้งเดิมไว้ถือเป็นเรื่องจำเป็น ซึ่งจุดนี้เองทำให้ธุรกิจของบริษัทสามารถเติบโตอย่างรวดเร็ว” สิทธิศักดิ์ กล่าว
ทั้งนี้ จิสซ์ติก จะมีการตรวจสอบภาพรวมของธุรกิจโลจิสติกส์ที่ต้องการเข้ามาร่วมในระบบมาร์เก็ตเพลส เช่น ประวัติการทำงาน การตรวจสอบใบอนุญาตต่างๆ เพราะบริษัทต้องการตอบโจทย์ตั้งแต่การขนส่งในประเทศไทย จนไปถึงการขนส่งข้ามประเทศได้
ขณะที่ตัวแปรที่ทำให้ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซเติบโตยังมีธุรกิจกลุ่มฟูลฟิวเมนต์ หรือตัวช่วยพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ให้ทำธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งเรื่องยอดขายและเวลา โดยกลุ่มธุรกิจนี้ประกอบด้วยผู้ให้บริการคลังสินค้า ผู้ให้บริการขนส่ง และผู้ให้บริการแพ็กสินค้า
ทั้งนี้ เพราะปัจจุบันมีผู้เล่นกลุ่มนี้อยู่ 7 รายใหญ่ เช่น มายคลาวด์ และสยามเอาท์เล็ต แต่ถึงมีจำนวนมาก แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ จากข้อมูลศูนย์วิจัยกสิกรไทยบอกว่ามีร้านค้าที่เป็นแชตคอมเมิร์ซอยู่ 2 แสนราย แต่ผู้เล่นทั้งหมดมีลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการไม่ถึง 1,000 ราย โอกาสทางธุรกิจนี้ยังเปิดกว้างสำหรับผู้ประกอบการที่มีความพร้อม







