
รีโมทเดสก์ท็อปใหม่
โดย...พงศ์วุฒิ ไพรไพศาลกิจ
โดย...พงศ์วุฒิ ไพรไพศาลกิจ
เดิมเราจะคุ้นเคยกับระบบ Remote Access หรือ Terminal Service อย่าง Windows Remote Desktop ที่มีใช้งานตั้งแต่สมัย Windows Server 2000 จนเข้าสู่ยุคของ Windows Server 2008 R2 ซึ่ง
ไมโครซอฟท์ได้เปลี่ยนชื่อบริการ Terminal Service หรือ Remote Desktop เดิมมาเป็นชื่อบริการ Remote Desktop Service และใช้ชื่อนี้เป็นต้นมาจนถึง Windows Server 2016
บทบาทหน้าที่ของการใช้งาน Remote Desktop ที่อยู่ใน Windows Server 2016 ในแง่ของการใช้งานทั่วไปคงจะไม่ได้แตกต่างไปจากเวอร์ชั่นเก่าๆ มากนัก แต่หากเปรียบเทียบกับความสามารถที่เพิ่มขึ้นมาแล้ว
เจ้า Remote Desktop Service รุ่นเก๋านี้ได้มีความสามารถที่ซ่อนอยู่อีกมากมายอย่างที่คาดไม่ถึงเลยทีเดียว
ความสามารถที่เพิ่มขึ้นใน Remote Desktop Service ตัวหนึ่งคือการรองรับความสามารถในการแสดงผลทางด้านกราฟฟิกที่สูงมากขึ้นจากการใช้งานแบบเดิมๆ นั่นคือ RemoteFX จะช่วยให้การแสดงผลของกราฟฟิกทำได้ราบรื่น อีกทั้งยังสามารถใช้งานกับการทำ Media Streaming ซึ่งจะสามารถแสดงผลทางด้านกราฟฟิกได้โดยทำการบีบอัดข้อมูล ทำให้การแสดงผลจะใช้งาน Bandwidth ที่ลดลง และได้ความละเอียดที่สูงขึ้นกว่าเมื่อก่อนมากโขเลยทีเดียว ซึ่งในจุดนี้เองทำให้ Remote Desktop Service ใน Windows Server 2016 สามารถปิดจุดอ่อนที่สำคัญและทำได้อย่างเหนือชั้นมากกว่าคู่แข่งในตลาด Remote Desktop ไปได้อย่างมากเลยทีเดียว
ในเชิงการทำงานร่วมกับ Cloud Service อย่างการใช้งานร่วมกับ Azure ก็ได้เพิ่มความสามารถโดยรองรับการบังคับให้ผู้ใช้งานระบบต้องยืนยันตัวตนในการเข้าใช้งานระบบภายในองค์กรโดยผ่าน Azure Active Directory เพื่อสร้างเงื่อนไขความปลอดภัยที่เหนือกว่าเดิม และยังรองรับการทำงานในแบบ Work Anywhere Anytime ให้กับองค์กร Startup สมัยใหม่ได้อย่างสบายๆ อีกด้วย
ส่วนที่เหนือความคาดหมายของการใช้งาน Remote Desktop Service อีกส่วนหนึ่งคือการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่อพ่วงอื่นๆ ซึ่งในเวอร์ชั่นปัจจุบันรองรับการใช้งาน Remote Pen เพื่องาน Graphic ได้อย่างสบายๆ ทำให้องค์กรสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในเชิง Licenses ได้อย่างมาก







