
แรงขายดอลลาร์....หนุนบาทปรับตัวแข็งแกร่ง
...วารุณี สิทธิถาวร
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (1620 ส.ค. 2553) เงินบาทเริ่มต้นที่ 31.90 บาทต่อเหรียญสหรัฐ และมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้จะได้รับผลกระทบจากการฟื้นตัวของเงินเหรียญสหรัฐ แต่แรงขายเงินเหรียญสหรัฐของกลุ่มผู้ส่งออกที่มีเข้ามาอย่างหนาแน่น และกระแสเงินทุนไหลเข้าภูมิภาคที่มีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง จากมุมมองในเชิงบวกต่อเศรษฐกิจภูมิภาคช่วยหนุนให้สกุลเงินเอเชียและเงินบาทปรับแข็งค่าขึ้น
ขณะที่ ธปท. มีการเข้าแทรกแซงตลาดเป็นระยะเพื่อชะลอการแข็งค่าของเงินบาท อย่างไรก็ดีเงินบาทยังคงเดินหน้าแข็งค่าใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 28 เดือน ที่ 31.70 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เนื่องจากผู้ส่งออกมีการเร่งขายเงินเหรียญสหรัฐออกมา เพราะเกรงว่าเงินบาทจะปรับแข็งค่าขึ้นอีก แต่ทางฝั่งผู้นำเข้าชะลอการเข้าซื้อในระยะนี้ ทำให้เงินบาทปรับแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ดีเงินบาทยังคงปรับตัวใกล้ระดับ 31.71 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วงต้นสัปดาห์ เนื่องจาก ธปท. ยังคงเข้าทำหน้าที่สกัดการแข็งค่าของเงินบาทอย่างต่อเนื่อง
ในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ เงินบาทปรับตัวใกล้ระดับ 31.72 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ ในช่วงเช้าวันพุธ โดยอ่อนค่าลงเล็กน้อยจากช่วงต้นสัปดาห์ หลังการฟื้นตัวขึ้นของเงินเหรียญสหรัฐฯ ก่อนเริ่มไต่ระดับขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังนักลงทุนและกลุ่มผู้ส่งออกยังมีการขายเงินเหรียญสหรัฐฯ ออกมาอย่างหนาแน่น ประกอบกับกระแสเงินทุนไหลเข้ายังคงเป็นปัจจัยบวกต่อเนื่อง เห็นได้จากการพุ่งขึ้นของตลาดหุ้นไทยที่พุ่งสู่ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 3 ปีในช่วงกลางสัปดาห์ ซึ่งหนุนให้เงินบาทปรับแข็งค่าแตะระดับ 31.60 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
ขณะที่ ธปท.ยังคงเข้าทำหน้าที่ชะลอการแข็งค่าของเงินบาท พร้อมระบุว่าการแข็งค่าของเงินบาทในช่วงนี้ยังไม่น่าห่วง โดยเป็นการแข็งค่าขึ้นเนื่องจากมีเงินทุนไหลเข้าหลังสถานการณ์การเมืองค่อนข้างนิ่ง โดยเงินบาทยังคงปรับตัวตามค่าเงินภูมิภาคและไม่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมย้ำว่าเศรษฐกิจไทยยังขยายตัวดีในช่วงครึ่งหลังของปี อย่างไรก็ดีทางการพร้อมเข้าดูแลค่าเงินหากจำเป็น
ในช่วงเช้าวันพุธธนาคารกลางเวียดนามประกาศปรับลดค่าเงินด่องลงอีก 2% โดยเป็นการปรับลดค่าเงินเป็นครั้งที่ 3 นับจากเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยควบคุมยอดขาดดุลการค้าของประเทศ โดยทางการมีการประเมินว่ายอดขาดดุลการค้าในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้จะทะยานสู่ระดับ 7,440 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งสูงเกือบ 2 เท่าของยอดขาดดุลในช่วงเดียวกันปีก่อน
ทั้งนี้ ในช่วงปลายสัปดาห์เงินบาทยังคงเดินหน้าแข็งค่าโดยทำสถิติแข็งค่า โดยปรับแข็งค่าผ่านแนวต้านที่ 31.60 ขึ้นทำสถิติแข็งค่าที่สุดในรอบ 28 เดือนที่ 31.56 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
อย่างไรก็ดี ธปท. ยังคงพยายามเข้าแทรกแซงตลาดเพื่อชะลอการแข็งค่าของเงินบาท แต่ไม่สามารถฝืนตลาดได้เห็นได้จากเงินบาทยังคงทำสถิติแข็งค่าครั้งใหม่ที่ 31.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (2327 ส.ค. 2553) สายงานธุรกิจตลาดทุนมองว่าเงินบาทยังมีแนวโน้มปรับตัวในทิศทางแข็งค่า เนื่องจากยังไม่มีปัจจัยที่มีนัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อทิศทางของค่าเงินบาทในช่วงนี้
โดยคาดว่าเงินบาทจะปรับตัวในกรอบที่แข็งค่าขึ้นในช่วง 31.4031.70 บาทต่อเหรียญสหรัฐหลังปรับตัวในช่วง 31.4932.0 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในสัปดาห์ก่อนหน้า
คาดว่ากระแสเงินทุนไหลเข้าจากต่างประเทศสู่ภูมิภาคเอเชียยังคงดำเนินต่อไป เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์เศรษฐกิจภูมิภาคที่ปรับตัวค่อนข้างดี หากเปรียบเทียบกับเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศ G3
อย่างไรก็ดี ช่วงนี้ยังต้องติดตามข้อมูลเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด โดยข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐที่จะประกาศในช่วงสัปดาห์นี้ ได้แก่ ยอดขายบ้านมือสอง ตัวเลขยอดขายบ้านใหม่ ยอดซื้อสินค้าคงทน รวมทั้งตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/2553 ของสหรัฐ ในช่วงปลายสัปดาห์
ขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจไทย สัปดาห์นี้นักลงทุนให้ความสนใจที่การประกาศตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2/2553 จากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในช่วงเช้าวันจันทร์ โดยคาดว่าเศรษฐกิจไตรมาส 2 จะขยายตัวในเกณฑ์ดี
ในช่วงต้นสัปดาห์ สศช.เผยว่าเครื่องชี้เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2/2553 แสดงทิศทางว่ายังขยายตัวต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะขยายตัวได้ราว 78% ชะลอลงจากไตรมาสแรกที่ขยายตัว 12% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 15 ปี ทำให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจในช่วงครึ่งแรกของปีนี้อยู่ที่ประมาณ 10%
ทั้งนี้ หากข้อมูลออกมาตามคาดจะเป็นการย้ำถึงความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจไทย และเป็นปัจจัยดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งหมายถึงค่าเงินบาทที่ยังมีโอกาสปรับแข็งค่าขึ้นต่อไป







