กรุงไทยรื้อระบบ จ่ายเช็คเกี๊ยวอ้อย
กรุงไทยใช้อี-เพย์เมนต์ จ่ายค่าเกี๊ยวอ้อยให้เกษตรกร 1 หมื่นรายแทนเช็ค ช่วยชาวไร่อ้อยประหยัดปีละ 40 ล้าน เล็งขยายบริการไปกลุ่มยางพาราต่อ
กรุงไทยใช้อี-เพย์เมนต์ จ่ายค่าเกี๊ยวอ้อยให้เกษตรกร 1 หมื่นรายแทนเช็ค ช่วยชาวไร่อ้อยประหยัดปีละ 40 ล้าน เล็งขยายบริการไปกลุ่มยางพาราต่อ
นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบริหารจัดการทางการเงินเพื่อธุรกิจ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ธนาคารได้ให้บริการขายลดเช็คอิเล็กทรอนิกส์ (KTB e-LBD) แก่เกษตรกรผู้ปลูกอ้อย และโรงงานน้ำตาลในกลุ่มบริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น (เคทิส) เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายให้เกษตรกร ลดต้นทุนเช็คให้โรงงานน้ำตาล และสนับสนุนระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (เนชั่นแนล อี-เพย์เมนต์) ของรัฐบาล
ทั้งนี้ รูปแบบการให้บริการนั้น เกษตรกรผู้ปลูกอ้อยเพียงแจ้งเลขที่บัญชีที่ใช้รับเงินมัดจำค่ารับซื้ออ้อย (เกี๊ยวอ้อย) ให้โรงงานน้ำตาลและสาขาของธนาคารกรุงไทยทราบ เมื่อถึงเวลาจ่ายเงินเกี๊ยวอ้อย ธนาคารจะดำเนินการโอนเงินเข้าบัญชีให้เกษตรกรอัตโนมัติ และเกษตรกรสามารถถอนเงินที่เครื่องเอทีเอ็มของทุกธนาคารได้ทั่วประเทศ โดยโรงงานน้ำตาลไม่ต้องเขียนเช็คจำนวนมากให้เกษตรกร และเกษตรกรก็ไม่ต้องนำเช็คค่าอ้อย เกี๊ยวอ้อยไปขึ้นเงินที่ธนาคาร
สำหรับค่าใช้จ่ายของเกษตรกรในการรับเงินค่าอ้อยนั้นเฉลี่ยอยู่ที่ 1,000 บาท/คน/ครั้ง แต่ละปีต้องมีการรับเงินประมาณ 4 ครั้ง คิดเป็น 4,000 บาท/คน/ปี เมื่อใช้ระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์จะลดค่าใช้จ่ายได้ โดยเกษตรกรชาวไร่อ้อยมีประมาณ 1 หมื่นคน สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้ประมาณ 40 ล้านบาท/ปี และในเฟสที่ 2 ธนาคารจะให้บริการจ่ายเงินค่าอ้อย เกี๊ยวอ้อย เต็มวงเงิน เพื่อให้เกษตรกรบริหารเงินได้ด้วยตนเอง ขณะที่ธนาคารจะได้ประโยชน์จากการลดต้นทุนแฝง คือ เวลาและพนักงานสาขาที่ต้องนับเงินและใส่ซองให้เกษตรกร ลดต้นทุนการขนเงินสด และมีฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น
“ธนาคารกรุงไทยเป็นธนาคารแรกที่ให้บริการรับซื้อลดค่าอ้อย เกี๊ยวอ้อย ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ แทนการใช้เช็ค เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้ากลุ่มโรงงานน้ำตาลและเกษตรกรชาวไร่อ้อย โดยธนาคารตั้งเป้าเป็นผู้นำการให้บริการทางการเงินครบวงจรในอุตสาหกรรมน้ำตาล” นายทรงพล กล่าว
ก่อนหน้านี้ ธนาคารได้นำระบบอิเล็กทรอนิกส์แทนเงินสดมาแล้วในอุตสาหกรรมไบโอดีเซลคู่กับเกษตรกรมันสำปะหลัง และอุตสาหกรรมกระดาษกับเกษตรกรผู้ปลูกต้นยูคาลิปตัส เมื่อรวมกับอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล จะคิดเป็น 30-40% ของเกษตรกรทั้งประเทศ ในอนาคตจะนำระบบนี้ไปใช้กับธุรกิจยางพารา ต่อไป
นายประพันธ์ ศิริวิริยะกุล กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เคทิส กล่าวว่า บริการของธนาคารกรุงไทยช่วยบริษัทลดต้นทุนและเวลาได้ เพราะระบบเดิม การจ่ายเช็คค่าอ้อย เช็คเกี๊ยว ต้องให้ผู้มีอำนาจลงนามในเช็คทีละฉบับ จำนวนหลักพันหรือหลักหมื่นฉบับต่อฤดูการหีบอ้อยแต่ละครั้ง


