
ทำเล+บริการหลังขาย
โดย...โชคชัย สีนิลแท้
โดย...โชคชัย สีนิลแท้
ที่ผ่านมาตลาดคอนโดมิเนียมระดับบนได้รับผลกระทบค่อนข้างน้อยจากเศรษฐกิจซบเซา จึงทำให้บรรดาผู้ประกอบการต่างพยายามเปิดตัวโครงการใหม่ในเมือง เพื่อมาช่วงชิงกำลังซื้อ
สกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ กล่าวว่า ปัจจุบันทุกธุรกิจมีการแข่งขันกันอย่างรุนแรง อย่างธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นั้นสิ่งสำคัญอยู่ที่การเลือกทำเล ที่จะเป็นตัวชี้ขาดว่าโครงการนั้นจะขายได้ดีหรือขายออกได้ช้า เพราะหากเป็นคอนโดมิเนียมในเมือง สิ่งสำคัญต้องอยู่ใกล้กับรถไฟฟ้าสายหลักและอยู่ในใจกลางธุรกิจ จะทำให้โครงการเป็นที่ต้องการทั้งจากกลุ่มที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงหรือกลุ่มนักลงทุน ถือว่าเป็นอันจบ เนื่องจากโครงการที่พัฒนาจะต้องขายได้แน่
ทั้งนี้ เห็นได้จากลูกค้ายอมรูดบัตรเครดิตเพื่อจ่ายเงินดาวน์ในทันที ต่างจากลูกค้าที่ซื้อโครงการบ้านแนวราบที่ใช้เวลาในการพิจารณานาน ต้องเข้ามาเยี่ยมชมโครงการไม่ต่ำกว่า 2 ครั้ง จึงจะตัดสินใจจองซื้อ
“ทำเลมีความสำคัญอย่างมาก อย่างเช่นบริเวณทองหล่อ ที่บริษัทได้เตรียมเปิดขายโครงการลาวีค สุขุมวิท 57 คอนโดมิเนียมระดับราคาเฉลี่ย 2.4 แสนบาท หรือมีราคาเริ่มต้น 9 ล้านบาท สูง 33 ชั้น จำนวน 235 ยูนิต มูลค่าโครงการ 3,700 ล้านบาท ขณะนี้เริ่มมีกลุ่มนักลงทุนสนใจซื้อแล้วก่อนที่จะเปิดตัวโครงการอย่างเป็นทางการในวันที่ 1-2 ต.ค.นี้ โดยมียอดขายแล้ว 500 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าวันที่เปิดการขายอย่างเป็นทางการจะมียอดขายกว่า 50% และจะสามารถปิดการขายได้ในไตรมาสแรกของปี 2560” สกุลธร กล่าว
อย่างไรก็ตาม ในปีนี้บริษัทใช้งบซื้อที่ดินประมาณ 1,000 ล้านบาท ซื้อที่ดินได้ประมาณ 2-3 แปลง ซึ่งเพิ่มขึ้นจากช่วง 2 ปีก่อนที่บริษัทใช้งบซื้อที่ดินเพียง 500-600 ล้านบาท โดยในปีนี้ราคาที่ดินปรับขึ้นไม่รุนแรงนัก เนื่องจากมีการใช้ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในปี 2560 จึงทำให้เจ้าของที่เร่งปล่อยที่ดินออกมา
ขณะเดียวกันรูปแบบการพัฒนาโครงการจะต้องมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว อย่างเช่นการนำเฟอร์นิเจอร์แบรนด์ดังระดับโลกมาตกแต่งพื้นที่ส่วนกลางภายในโครงการอย่างแบรนด์ Fendi Casa จากประเทศอิตาลี ซึ่งมีราคาขายเฟอร์นิเจอร์ชิ้นละ 1 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นรสนิยมผู้อยู่อาศัย นอกจากนี้ยังเน้นเรื่องบริการ อาทิ มีพนักงานต้อนรับ บริการนำส่งไปรษณีย์ถึงหน้าห้องของลูกค้า บริการซักแห้ง และบริการปล่อยขายและเช่า เป็นต้น
สำหรับการทำตลาดในอนาคต บริษัทจะให้ความสำคัญกับการทำทางด้านซีอาร์เอ็ม หรือการให้ความสำคัญทางด้านบริการลูกค้า เพื่อให้เกิดเวิร์ดออฟเมาท์ หรือการบอกต่อ รวมไปถึงการพัฒนาระบบฐานข้อมูลที่จะลงลึกถึงรายละเอียดของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่อยู่ระดับกลาง-บน เหล่านี้ถือเป็นการปรับตัวเพื่อให้อยู่ได้ในภาวะตลาดแข่งขันอย่างรุนแรง







