posttoday
ยุคสินค้า ต้นทุน0%

ยุคสินค้า ต้นทุน0%

23 กันยายน 2559

ดิฉันมีโอกาสได้อ่านหนังสือที่น่าสนใจเล่มหนึ่ง ชื่อว่า The Zero Marginal Cost Society : The Internet of Things, the Collaborative Commons, and the Eclipse of Capitalism เขียนโดย Jeremy Rifkin ซึ่งกล่าวถึงโลกในยุคหน้าที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จากการที่โลกเราเต็มไปด้วยสินค้าที่มีต้นทุนหน่วยสุดท้าย หรือ Marginal Cost มีค่าเป็นศูนย์ การล้นทะลักของสินค้าดังกล่าวจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งในแง่ของไลฟ์สไตล์ของผู้คนและโมเดลทางธุรกิจในอนาคต

ดิฉันมีโอกาสได้อ่านหนังสือที่น่าสนใจเล่มหนึ่ง ชื่อว่า The Zero Marginal Cost Society : The Internet of Things, the Collaborative Commons, and the Eclipse of Capitalism เขียนโดย Jeremy Rifkin ซึ่งกล่าวถึงโลกในยุคหน้าที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จากการที่โลกเราเต็มไปด้วยสินค้าที่มีต้นทุนหน่วยสุดท้าย หรือ Marginal Cost มีค่าเป็นศูนย์ การล้นทะลักของสินค้าดังกล่าวจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งในแง่ของไลฟ์สไตล์ของผู้คนและโมเดลทางธุรกิจในอนาคต

หลายท่านอาจจะสงสัยว่าการที่ Marginal Cost เป็นศูนย์นั้นคืออะไร ในชีวิตประจำวันของเราทุกวันนี้ก็มีสินค้าที่มีลักษณะ Marginal Cost เป็นศูนย์ หรือต่ำใกล้ศูนย์อยู่มากมายค่ะ ตัวอย่างก็เช่น เพลงออนไลน์, ซอฟต์แวร์, แอพพลิเคชั่นต่างๆ บนมือถือ หรือแม้แต่ไฟฟ้าที่ผลิตจากแผงโซลาร์ โดยปกติแล้วสินค้าทั่วๆ ไป เช่น รถยนต์หรือของใช้ในบ้านจะมี Marginal Cost ที่ไม่ใช่ศูนย์ นั่นคือหากเราต้องการผลิตรถยนต์จำนวน 1 แสนคัน รถยนต์อาจจะมีต้นทุนหน่วยสุดท้าย หรือ Marginal Cost อยู่ที่ 4 แสนบาท ถ้าผลิตเป็น 2 แสนคัน ต้นทุนหน่วยสุดท้ายอาจจะเหลือแค่ 2 แสนบาท ซึ่งโดยปกติแล้วการผลิตสินค้าทั่วๆ ไปนั้น Marginal Cost จะลดลงเรื่อยๆ หากมีการผลิตที่มากขึ้น

แต่สินค้าที่มี Marginal Cost เป็นศูนย์นั้น มีการลงทุนเบื้องต้นแค่ครั้งเดียวและไม่ว่าจะผลิตออกมาเท่าใดก็ตามก็จะมี Marginal Cost เป็นศูนย์เสมอค่ะ อย่างแอพบนมือถือนั้นเรามีต้นทุนเบื้องต้นในการพัฒนาออกมา แต่ในการขายแอพออกไปสู่ลูกค้านั้นไม่ว่ายอดดาวน์โหลดจะมี 1 แสน หรือ 1 ล้านครั้ง ต้นทุนก็ไม่เพิ่มขึ้น นั่นคือลูกค้าสามารถโหลดได้ฟรีการขายเพลงก็เช่นเดียวกันเดี๋ยวนี้มีเพลงให้โหลดฟรีตามแอพมากมาย หรือสามารถดูฟรีผ่านยูทูบ  

ในโลกยุค Zero Marginal Cost นั้น การผลิตสินค้ามาเพื่อขายเอากำไรแบบเดิมๆ ไม่ใช่เป้าหมายหลักของธุรกิจแล้วค่ะ ธุรกิจในยุคหน้านั้นจะไม่เน้นทำกำไรจากตัวโปรดักต์ตรงๆ แต่จะสร้างโปรดักต์ขึ้นมาเพื่อสร้างฐานลูกค้าในวงกว้างและเน้นขายบายโปรดักต์จากตัวเมนโปรดักต์แทน อย่างเช่น ในเรื่องของธุรกิจเพลงนั้นเจ้าของค่ายหรือผู้ผลิตเพลงจะไม่เน้นรายได้จากการขายเพลงค่ะ แต่เน้นรายได้จากคอนเสิร์ตแทน ขณะที่พวกซอฟต์แวร์หรือแอพต่างๆ นั้นจะให้ดาวน์โหลดกันฟรีๆ 

สรุปแล้วในอนาคตธุรกิจที่จะอยู่รอดได้ในยุค  Zero Marginal Cost นั้น ต้องมีการปรับเปลี่ยนที่ไม่เจาะจงการทำกำไรจากเมนโปรดักต์อีกต่อไปค่ะ แต่ต้องพัฒนาช่องทางการทำกำไรใหม่ๆ ด้วยการทำให้เมนโปรดักต์นั้นเข้าถึงคนหมู่มากและติดตลาด และนำเสนอสินค้าหรือบริการเกี่ยวเนื่องอื่นๆ ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มจากเมนโปรดักต์นี้ได้  ขณะเดียวกันสังคมแบบนี้ก็จะเป็นประโยชน์กับผู้บริโภคในแง่ที่ผู้บริโภคจะมีสินค้าทางเลือกมากมายและมีต้นทุนที่ต่ำมากๆ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท