
ใช้จ่ายให้ปลอดภัย
การทำธุรกรรมทางการเงินผ่านสมาร์ทโฟน หรือโมบายแบงก์กิ้ง ถือว่าเป็นนวัตกรรมที่ช่วยให้ชีวิตสะดวกสบายมากขึ้น ลดการเดินทางไปทำบริการที่หน้าตู้เอทีเอ็มหรือต่อคิวรอให้เสียเวลา เพียงแค่กดผ่านแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน แต่การทำงานด้วยความสะดวกสบายและรวดเร็วนี้ ก็มีความเสี่ยงเรื่องการขโมยข้อมูลหรือเงินในบัญชีได้ไม่ยากนัก
การทำธุรกรรมทางการเงินผ่านสมาร์ทโฟน หรือโมบายแบงก์กิ้ง ถือว่าเป็นนวัตกรรมที่ช่วยให้ชีวิตสะดวกสบายมากขึ้น ลดการเดินทางไปทำบริการที่หน้าตู้เอทีเอ็มหรือต่อคิวรอให้เสียเวลา เพียงแค่กดผ่านแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน แต่การทำงานด้วยความสะดวกสบายและรวดเร็วนี้ ก็มีความเสี่ยงเรื่องการขโมยข้อมูลหรือเงินในบัญชีได้ไม่ยากนัก
ภูมิ ภูมิรัตน ที่ปรึกษาอาวุโส กลุ่มธุรกิจ G-Security กลุ่มบริษัท จีเอเบิล กล่าวว่า การใช้งานโมบายแบงก์กิ้งเพื่อความปลอดภัยในเรื่องข้อมูลและเงินในบัญชีนั้น ควรตั้งรหัสผ่านในการเข้าใช้งานแบบมีตัวอักษรพิเศษ (!, @ $, %) ผสมกับตัวอักษรเล็กและใหญ่ นอกจากนี้ การใช้รหัสผ่านที่มีความยาว 15 ตัวอักษรขึ้นไปอย่างคำหรือวลี มาประกอบเป็นประโยคยาวๆ แต่ไม่ควรใช้ข้อมูลส่วนตัวมาเป็นส่วนหนึ่งของรหัสผ่าน เช่น บัตรประชาชน วันเดือนปีเกิด เป็นต้น
ในการทำธุรกรรมแบบโมบายแบงก์กิ้งนั้น ผู้ใช้งานไม่ควรบอกรหัสผ่านให้ผู้อื่นทราบ เพื่อป้องกันความปลอดภัย ไม่ควรละเมิดความปลอดภัยของโทรศัพท์ อย่างการเจลเบรค (Jailbreak หรือ Root เครื่อง) เพราะเสี่ยงต่อการที่แฮ็กเกอร์จะเข้ามาโจรกรรมข้อมูลได้ง่ายขึ้น ขณะที่การตั้งรหัสผ่านของโมบายแบงก์กิ้งนั้น ไม่ควรใช้รหัสผ่านที่เหมือนกับรหัสผ่านของอีเมลและเมื่อใช้งานเสร็จก็ควรทำการออกจากระบบ โปรแกรมหรือแอพพลิเคชั่น ของโมบายแบงก์กิ้งด้วยทุกครั้ง หรือตั้งค่าการใช้งานให้แจ้งเตือนทุกครั้งเมื่อมีการเข้าใช้งาน และไม่คลิกลิ้งก์จากอีเมลหรือเอสเอ็มเอสที่ไม่ได้ส่งมาจากธนาคารโดยตรง
ทั้งนี้ ควรระวังการตรวจสอบต้องมั่นใจได้ว่าโปรแกรมหรือแอพพลิเคชั่นโมบายแบงก์กิ้งที่ติดตั้งลงในเครื่องนั้น มาจากแหล่งที่ถูกต้องและเชื่อถือได้ อย่างแอพสโตร์ กูเกิลสโตร์ หรือเว็บไซต์เป็นทางการของธนาคาร และควรตรวจสอบชื่อนักพัฒนาโปรแกรมด้วยว่าเป็นของธนาคารจริงหรือไม่
นอกจากนี้ การเข้าใช้งานโมบายแบงก์กิ้ง ควรเข้าใช้จากโมบายดาต้าอย่าง 3จี และ 4จี ของผู้ให้บริการไม่ใช่ไว-ไฟสาธารณะ รวมทั้งหลีกเลี่ยงการติดตั้งโปรแกรมที่ไม่รู้แหล่งที่มา เพื่อป้องกันโปรแกรมที่มีการทำงานแบบไม่พึงประสงค์ เช่น การดักจับสิ่งที่พิมพ์ (Keylogger) หรือการขโมยข้อมูลบนเครื่องโทรศัพท์ เป็นต้น
สำหรับการป้องกันข้อมูลส่วนตัวไม่ควรเก็บชื่อยูสเซอร์เนม พาสเวิร์ด หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน หมายเลขบัตรเครดิต หมายเลขบัญชีธนาคาร ไว้ภายในโทรศัพท์มือถือ หากจำเป็นต้องเก็บให้ป้องกันการเข้าถึงข้อมูลสำคัญเหล่านี้จากบุคคลอื่นด้วยการใส่รหัสผ่านหรือเข้ารหัสข้อมูล
เทคโนโลยีที่มาพร้อมกับความสะดวกสบายย่อมมาพร้อมกับความเสี่ยงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้น การใช้งานโมบายแบงก์กิ้งไม่ควรประมาทและทำตามคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้







