posttoday
'Santabox' โมเดลใหม่เพื่อธุรกิจไทย

'Santabox' โมเดลใหม่เพื่อธุรกิจไทย

23 กันยายน 2559

สตาร์ทอัพไทยรายใหม่อีกราย ที่กำลังแจ้งเกิดในประเทศไทยอย่าง Santabox ได้สร้าง โมเดลของธุรกิจ

โดย...วราภรณ์  เทียนเงิน

สตาร์ทอัพไทยรายใหม่อีกราย ที่กำลังแจ้งเกิดในประเทศไทยอย่าง Santabox ได้สร้าง โมเดลของธุรกิจ ทำให้กลุ่มผู้ประกอบการไทยและเอสเอ็มอี สามารถทำการตลาดได้ตรงกลุ่มลูกค้าและสร้างสินค้าให้ตรงกับตลาดมากที่สุด

“วีรจิต แรกตั้ง” และ “จิณัฐวุฒิ ประชากิจกุล” ผู้ร่วมก่อตั้งธุรกิจสตาร์ทอัพ “ซานต้าบอกซ์” (Santabox) ร่วมเปิดเผยว่า ได้จัดตั้งธุรกิจบริการใหม่ผ่านแอพพลิเคชั่น ซานต้าบอกซ์ หรือ บริการรับสินค้าฟรีจากแบรนด์ดัง ทำให้ลูกค้าได้ทดลองใช้สินค้าฟรี โดยจะจัดส่งสินค้าให้แก่ลูกค้าถึงบ้าน หลังจากนั้นลูกค้าต้องตอบกลับมาว่า ใช้สินค้าแล้วเป็นอย่างไรเพื่อให้ผู้ผลิตสินค้ารู้ว่าสินค้านั้น กลุ่มลูกค้ามีความชื่นชอบและพอใจในสินค้าระดับใด

โมเดลการส่งสินค้าให้แก่ลูกค้านี้ ถือว่าเป็นแบบใหม่ยังไม่มีในประเทศไทยมาก่อน โดยขณะนี้ได้มีกลุ่มลูกค้าได้ทดลองโหลดแอพพลิเคชั่น และเข้ามาลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.getsantabox.com แล้วประมาณ 3 หมื่นคน ซึ่งระบบจะมีการจัดเก็บข้อมูลของลูกค้าอย่างเจาะลึก ตั้งแต่อายุ เพศ การศึกษา ไปจนถึงข้อมูลไลฟ์สไตล์ต่างๆ เพื่อให้ผู้ผลิตสินค้าสามารถจัดส่งสินค้าให้ตรงกลุ่มที่สุด  ซึ่งจะทดลองส่งสินค้าตัวอย่างขั้นต่ำให้แก่ลูกค้ากว่า 100 ราย และจัดส่งในระยะเวลา 3 วัน

ดังนั้น การส่งสินค้าตัวอย่างให้ตรงกลุ่มเป้าหมายได้ใช้สินค้า จึงส่งผลดีต่อแบรนด์ สามารถกำหนดและวางกลยุทธ์สินค้า หรือปรับสินค้าให้ตรงกับความต้องการลูกค้าได้ ซึ่งโมเดลธุรกิจนี้จึงเหมาะกับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอย่างมาก และใช้งบทำการตลาดในระดับไม่สูง ซึ่งที่ผ่านมามีบริษัทเอกชนสนใจทำการตลาดกับซานต้าบอกซ์ มากกว่า 15 รายแล้ว รวมถึงมีผู้ผลิตสินค้าขนาดใหญ่ที่ได้ใช้ระบบแล้วเช่นกัน

'Santabox' โมเดลใหม่เพื่อธุรกิจไทย

 

ทั้งคู่กล่าวต่อว่า การเริ่มทำธุรกิจสตาร์ทอัพ สิ่งที่ต้องระมัดระวัง คือ การมีโมเดลธุรกิจที่อาจจะถูกลอกเลียนได้และมีคู่แข่งที่ใกล้เคียงกันเข้ามาในตลาดจึงจำเป็นต้องมุ่งที่จะพัฒนาธุรกิจ และการบริการต่อเนื่อง รวมทั้ง กำลังพัฒนาระบบโปรแกรม และการตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ที่จะทำให้โปรแกรมฉลาดมากที่สุด และเป็นโปรแกรมที่สามารถเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้าได้ หรือเป็นโปรแกรมในรูปแบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI

ขณะที่ความสนใจสู่ธุรกิจสตาร์ทอัพ มาจากทั้งคู่ได้ทำงานในภาคเอกชนมาประมาณเกือบ 2 ปี ก่อนตัดสินใจมาร่วมทำสตาร์ทอัพ โดยแต่ละคนจบด้านไอทีจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) และ วิศวกรรมศาสตร์ ที่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และได้ทำงานเกี่ยวกับธุรกิจโฆษณา จึงสะสมความรู้จากอุตสาหกรรมโฆษณามาต่อยอดสู่การสร้างซานต้าบอกซ์ และใช้งบลงทุนในการเริ่มต้นทำธุรกิจเบื้องต้นเป็นหลักแสนบาท

“ได้ไปทำงานเอเยนซีโฆษณามาประมาณสองปี โดยพบว่าปัญหาของเจ้าของแบรนด์สินค้า จะเป็นเรื่องการส่งสินค้าให้ลูกค้าให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย และการสอบถามข้อมูลการได้ใช้สินค้า โดยจากปัญหาของแบรนด์ต่างๆ ทำให้ต่อยอดมาสู่ธุรกิจใหม่ในครั้งนี้” ทั้งคู่กล่าว

ในระยะต่อไป สนใจจะพัฒนาผลการวิเคราะห์ข้อมูลให้แก่ลูกค้า ทำให้เจ้าของสินค้าได้รับข้อมูลที่ชัดเจนและมีความละเอียดมากที่สุด อีกทั้งจะขยายธุรกิจให้เติบโตมากขึ้น ด้วยการระดมทุนในหน่วยงานต่างๆ เพื่อขยายธุรกิจให้เติบโตและมีเงินทุนมาพัฒนาธุรกิจได้ต่อไป และที่ผ่านมาได้เข้ามาร่วมโครงการของหน่วยงานภาครัฐต่างๆ เพื่อขยายธุรกิจและเข้ามาร่วมโครงการสตาร์ทอัพของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.)

ขณะที่โมเดลการตลาดแบบใหม่นี้จะทำให้เอกชนได้รับความสะดวกมากที่สุด ได้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ตรงกลุ่ม สามารถใช้งบประมาณในการทำการตลาดอย่างคุ้มค่า รวมถึงทำให้ลูกค้าได้สามารถใช้สินค้าตัวอย่าง รวมถึงรู้จักแบรนด์ใหม่ๆ มากขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท