
บุกตลาดฮาลาลอินโดฯ
ยูบีเอ็มชี้โอกาสผู้ประกอบการ ไทยรุกตลาดอาหารอินโดฯ ตั้งเป้าดันไทย ติดท็อป 5 ผู้ส่งออกสินค้าฮาลาลโลก
ยูบีเอ็มชี้โอกาสผู้ประกอบการ ไทยรุกตลาดอาหารอินโดฯ ตั้งเป้าดันไทย ติดท็อป 5 ผู้ส่งออกสินค้าฮาลาลโลก
น.ส.รุ้งเพชร ชิตานุวัตร์ ผู้อำนวยการฝ่ายจัดการธุรกิจบริษัท ยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า อินโดนีเซียเป็นตลาดฮาลาลอันดับ 1 ของอาเซียน มีมูลค่าตลาดคิดเป็น 16% ของตลาดอาหาร
ฮาลาลโลก และมีความต้องการด้านอาหารเพิ่มขึ้น/ปีราว 8.2% แต่การผลิตอาหารในประเทศยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ โดยอินโดนีเซียต้องนำเข้าอาหารจากต่างประเทศมากถึง 9,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ/ปี หรือราวปีละ 3.1 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยที่จะขยายการส่งออกเข้ามามีส่วนแบ่งในตลาดอาหารของอินโดนีเซีย
ขณะที่ตลาดอาหารในอินโดนีเซียเติบโตเฉลี่ย 20% ต่อปี ตามการขยายตัวของประชากรมุสลิมและกำลังซื้อผู้บริโภคอินโดนีเซียมีแนวโน้มสูงขึ้น โดยเฉพาะใน 3 เมืองหลักทางเศรษฐกิจอย่าง จาการ์ตา สุราบายา และเมดาน โดยคาดการณ์ว่าในปี 2560 อินโดนีเซียจะมีการขยายตัวของยอดขายผ่านช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่เฉลี่ย 16% ต่อปี ทำให้มีความต้องการอาหารแปรรูปเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะ นมผง ช็อกโกแลต ไอศกรีม เนยถั่ว คุกกี้ ซอสปรุงรสและอาหารเพื่อสุขภาพหรืออาหารออร์แกนิก
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ตั้งเป้าหมายผลักดันให้ไทยเป็นผู้ส่งออกสินค้าฮาลาลติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลกภายในปี 2563 จากปัจจุบันประเทศไทยส่งออกสินค้าฮาลาลเป็นอันดับที่ 13 ของโลก โดยไทยมีมูลค่าการส่งออกอาหารฮาลาลประมาณ 2 แสนล้านบาท/ปี และคาดว่าภายใน 3 ปีจากนี้ มูลค่าการส่งออกอาหารฮาลาลของไทยจะขยายตัวไม่ต่ำกว่า 20%
ขณะที่ปัจจุบันไทยส่งออกอาหารฮาลาลไปยังอินโดนีเซียมูลค่าประมาณปีละ 2.4 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับมูลค่าการนำเข้าอาหารฮาลาลจากต่างประเทศของอินโดนีเซียที่ส่วนใหญ่อินโดนีเซียจะนำเข้าจากประเทศมุสลิมด้วยกันหรือประเทศพัฒนาแล้วที่มีเทคโนโลยีการผลิตที่ได้มาตรฐาน ซึ่งผู้ประกอบการไทยค่อนข้างเสียเปรียบด้านการแข่งขัน รวมถึงขาดความสม่ำเสมอในการส่งออกทำให้สินค้าอยู่ในตลาดได้ไม่นานพอ
“อินโดนีเซียเป็นตลาดที่ต้องจับตาว่าจะมีเทคโนโลยีในการผลิตเพื่อส่งออกสินค้าอาหารฮาลาลได้เมื่อไหร่ เพราะถ้าอินโดนีเซียมีเทคโนโลยีการผลิตเพื่อส่งออกที่ได้มาตรฐานแล้วจะน่ากลัวมากสำหรับไทย เพราะอินโดนีเซียสามารถส่งออกไปยังกลุ่มประเทศมุสลิมด้วยกันอย่างกลุ่มประเทศตะวันออกกลางได้” น.ส.รุ้งเพชร กล่าว
ทั้งนี้ บริษัท ยูบีเอ็ม (ประเทศไทย) จัดงานแสดงสินค้าเทคโนโลยีและนวัตกรรมส่วนผสมอาหาร สำหรับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มแห่งเอเชีย (Food Ingredients Asia 2016) ครั้งที่ 21 ที่อินโดนีเซีย ระหว่างวันที่ 21-23 ก.ย.นี้ มีผู้ประกอบการกว่า 716 ราย จาก 47 ประเทศทั่วโลก และคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมชมงานในปีนี้ประมาณ 1.6-1.7 หมื่นคน







